ประธาน กรธ. ย้ำคงอำนาจม.44 คณะคสช. ตามสถานภาพปัจจุบัน ไว้ในบทเฉพาะกาลร่างรธน. เพื่อให้มีอุปกรณ์ไว้ระงับเหตุอาจเกิดช่วงเปลี่ยนผ่าน
เชื่อ “คสช.” จะไม่ใช้อำนาจขัดกับเนื้อหาร่างรธน.ใหม่ คาดไทม์ไลน์ในบทเฉพาะกาล มีผลให้เลื่อนเลือกตั้งตามโร้ดแม็พของ คสช. ออกไปปลายปี 60 เหตุต้องมีเวลาเพื่อทำกฎหมายลูกที่สำคัญ ย้ำใช้ลักษณะต้องห้าม ส.ส. กำกับสนช. ช่วงการเปลี่ยนผ่าน เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงาน ไม่หวั่น สนช. แห่ลาออกไปสมัคร ส.ส. เหตุ คสช. มีอำนาจตั้งคนมาทำหน้าที่แทนได้
เมื่อเวลา 13.30 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้แจงต่อประเด็นการเขียนร่างมาตราในบทเฉพาะกาลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ว่า เมื่อกำหนดให้คสช.ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีอุปกรณ์ไม่เช่นนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นมา เขาจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หากยอมให้เขาใช้อำนาจแล้ว ต้องไว้วางใจว่าอย่างน้อยช่วงเวลาที่ผ่านมา คสช. ไม่ได้ใช้อำนาจอะไร แต่ที่เขียนไว้นั้นเพราะอนาคตไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างหรือก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามา ดังนั้นหากตัดมือตัดเท้าคสช.จะทำงานได้อย่างไร ทั้งนี้อำนาจที่คสช.มีอยู่จะไม่ลดทอนใด ๆ โดยอำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ2557 ยังคงมีอยู่ตามเดิมเพราะต้องให้เขาไปให้ครบ
“คนที่เขาจะต่อต้านเพราะประเด็นนี้ ต่อให้ทำอะไรเขาก็ต่อต้านอยู่แล้ว พวกคุณก็อย่าไปต่อต้านด้วยก็แล้วกันคือนี่เป็นกลไกปกติ หากคุณบอกว่าเราควรจะมีตำรวจ แต่ให้ตำรวจถอดปืน ถอดเข็มขัด ถอดกระบองออกไปให้หมดแล้วจะมีตำรวจไว้ทำอะไร ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้ง การดูแลโดยคสช.อาจต้องเข้มข้นมากขึ้น เพราะหากในช่วงเปลี่ยนถ่าย หากเกิดอะไรขึ้นมาแล้วทำให้ชะงัก ใครจะแก้ได้ เราต้องรักษาสถานภาพปัจจุบันไว้ก่อน” นายมีชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากคสช. ใช้อำนาจตามที่มีปัจจุบันแล้วมีผลที่ขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ผลจะเป็นอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า “เขาอาจจะใช้ไม่ได้ ซึ่งผมมองว่าเขาก็ต้องไม่ใช้อะไรที่ไปขัดกับรัฐธรรมนูญ ยกเว้นเรื่องเฉพาะกาลหรือเหตุการณ์ที่จำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้”
นายมีชัย ชี้แจงถึงการกำหนดเงื่อนไขด้านเวลาต่อการดำเนินงานที่สำคัญจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านประชามติแล้ว กรธ.มีเวลา 8 เดือนเพื่อยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นที่สำคัญประมาณ 10 ฉบับโดยถือว่าเป็นการทำงานที่ยากแบบหืดขึ้นคอ เพราะมีเวลาจำนวนน้อยมาก ดังนั้น กรธ. ต้องยกร่างกฎหมายลูกและกฎหมายที่สำคัญให้เสร็จเดือนละ 1 ฉบับ การจัดทำร่างกฎหมายลูกดังกล่าวกรธ.จะให้ผู้ที่เชี่ยวชาญมาร่วมพิจารณาด้วยเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็ว
ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการให้เวลาทำกฎหมายลูกดังกล่าวนานเกินไป ขอให้คนผู้นั้นมายกร่างกฎหมายเอง ทั้งนี้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะลดเวลาทำกฎหมายลูกและกฎหมายอื่นที่สำคัญลงอีก 2-3 เดือน หากคนทำงานสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงและเมื่อกรธ.ยกร่างกฎหมายลูกและกฎหมายแต่ละฉบับแล้วเสร็จ จะทยอยส่งให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณาโดยกำหนดเงื่อนไขให้สนช.พิจารณาร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับให้เสร็จภายใน 60วัน และหลังจากที่ผ่านวาระสามที่สมาชิกสนช.ให้ความเห็นชอบแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องนำไปรับฟังความเห็นขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าเนื้อหามีประเด็นที่ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้หรือไม่ โดยให้เวลาองค์กรที่เกี่ยวข้องส่งความเห็นกลับมายังสนช.ภายใน 10 วัน ทั้งนี้หากองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องมีข้อทักท้วง ในบทเฉพาะกาลกำหนดกลไกให้สนช.ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยให้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างสนช.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายลูก แต่หากองค์กรอิสระไม่ทักท้วงจะเข้าสู่กระบวนการเพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป
“หากไม่มีสนช.จะไม่มีใครออกกฎหมายที่ต้องใช้เลือกตั้ง และไม่มีทางที่จะจัดการเลือกตั้งได้ เพราะการเลือกตั้งต้องการใช้กฎหมายหลายฉบับ และที่สำคัญรายละเอียดของรัฐธรรมนูญที่สร้างให้เกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจต่อการทำงานขององค์กรอิสระทั้งหลายต้องไปปรับแก้กฎหมายลูกให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มิเช่นนั้นรัฐธรรมนูญจะบังคับไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญถือเป็นกรอบใหญ่ที่มีรายละเอียดไม่ครบถ้วนและต้องการออกกฎหมายลูก หากไม่ออกกฎหมายลูกก็ใช้ไม่ได้ การเลือกตั้งก็มีไม่ได้ พรรคการเมืองก็เดินหน้าไม่ได้” นายมีชัย กล่าว
เมื่อถามถึงการให้สิทธิสนช.ลาออกภายใน 90 วันเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ ห่วงผลกระทบต่อการพิจารณากฎหมายลูกหรือไม่หากสนช.ลาออกจนไม่ครบองค์ประชุม นายมีชัย กล่าวว่า“ให้มันรู้กันไปว่า สนช. ทั้ง 200 คนจะไปสมัครรับเลือกตั้งก็เอา ก็ไม่เป็นไร คสช. ยังอยู่และมีอำนาจที่แต่งตั้งสนช.ใหม่ได้ ผมมองว่าการให้สนช. ลาออกก่อนไปสมัครรับเลือกตั้งถือว่าสร้างความเป็นธรรมที่สุดแล้ว”
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่บทเฉพาะกาลกำหนดให้นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ส.ส. และส.ว. มาใช้บังคับกับ สนช. ประธาน กรธ. กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะหากกรธ.บังคับกับบุคคลอื่นได้ ต้องสามารถนำมาใช้บังคับกับสนช. ได้ด้วย ทั้งนี้เพื่อทำให้เห็นว่า กรธ. ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ยกเว้นส่วนที่เป็นโครงสร้างของสนช. เช่น ความเป็นข้าราชการที่ตั้งใจให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้เมื่อนำมาใช้บังคับแล้ว หากมีผู้สงสัยประเด็นคุณสมบัติให้ร้องให้ตรวจสอบ หรือหากสนช.ทราบได้เองว่าเป็นผู้ที่ที่มีลักษณะขัดคุณสมบัติสามารถลาออกเองได้
ประธานกรธ. กล่าวด้วยว่าส่วนที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส. และการเลือก ส.ว. ภายใน 150 วัน หรือ 5 เดือนหลังจากที่กฎหมายลูกที่ต้องใช้กับการเลือกตั้งส.ส. และ เลือก ส.ว.มีผลบังคับใช้นั้น ยอมรับว่าอาจทำให้ต้องเลื่อนเวลาเลือกตั้งตามโร้ดแม็พของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากเดิมในเดือนกรกฎาคม 2560 ออกไปเป็นประมาณปลายปี 2560 เนื่องจากต้องมีเวลาเพื่อยกร่างกฎหมายลูกฉบับที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ
ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลที่เขียนบทเฉพาะกาลให้เวลาเลือกตั้งส.ส.และเลือกส.ว.ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 เดือนหลังจากที่กฏหมายลูกฉบับที่ต้องใช้เกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ นายมีชัย กล่าวว่า เพื่อให้กกต.มีเวลาเตรียมการและเตรียมความพร้อมการดำเนินการที่ต้องเป็นไปตามระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ ซึ่งกกต.จะใช้เวลาเต็มทั้ง 5 เดือนหรือน้อยกว่านั้นเป็นสิ่งที่กกต.จะต้องไปพิจารณาเหตุผลสำคญที่กรธ.เขียนไว้ไม่เกิน 5 เดือนเพื่อในการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเวลาดังกล่าวกกต.อาจใช้เพื่อการอบรมหรือเตรียมความพร้อมใด ๆ ก็อยู่ที่การพิจารณาของกกต.





