"พล.อ.ปะยุทธ์" นายกฯ เขียนจดหมายข่าว ปลุกประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ ชี้การปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างไร้การควบคุม คือความผิดพลาดในอดีต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เขียนบทความ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ลงในจดหมายข่าวเพื่อประชาชน ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า 3 ใน 4 ของเปลือกโลกเป็นผืนน้ำ จากทั้งหมดนี้เป็น “น้ำกินน้ำใช้” สำหรับมนุษย์เพียงไม่ถึงร้อยละ 3 ในขณะที่ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 70 ผมอยากให้พี่น้องได้เห็นความจริงของธรรมชาติ เห็นความสำคัญของน้ำ ว่าเป็นทรัพยากรที่แม้มีอยู่มาก แต่นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย นับวันยิ่งจะร่อยหรอ เพราะเราผลิตน้ำเองไม่ได้ แต่ธรรมชาติสร้างน้ำให้เรา ทั้งโลกกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากแหล่งน้ำ ภูเขา ป่าไม้ ระบบนิเวศทางธรรมชาติถูกบุกรุกทำลายเสียสมดุล ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและน้ำเริ่มจะมีไม่พอสำหรับการอุปโภคบริโภคของมนุษย์ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ทรัพยากรน้ำจึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงประเทศ ขาดซึ่ง “น้ำต้นทุน” แล้วปัญหาเชื่อมโยงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมก็ตามมา อาทิ เกิดการแย้งน้ำ เหนือน้ำ – ท้ายน้ำ ทะเลาะกัน ผลผลติตกต่ำ สินค้าราคาแพง กระทบทุกอาชีพ ผมเป็นห่วงที่สุดไม่เพียงพี่น้องเกษตรกร แต่รวมทั้งผู้มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ อาชีพอิสระไม่มั่นคง ได้รับผลกระทบทางอ้อมกันถ้วนหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความผิดพลาดในอดีตนอกจากการปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกผืนป่าของพี่น้องผู้ไร้ที่อยู่อาศัยไม่มีที่ดินทำกิน ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายส่งเสริมการปลูกพื้นเศรษฐกิจอย่างไร้การควบคุม ไม่มีการโซนนิ่ง อาทิ ยางพารา ปาล์ม อ้อย มันสัมปะหลัง โดยเฉพาะที่มีนายทุนหนุนหลังอยู่แล้ว กระตุ้นให้เกิดการแผ้วถางป่าสมบูรณ์ ป่าสงวน เป็นทั้งการทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร ทั้งทำให้ฟ้าฝนปรวนแปร เป็นเหตุให้เกิดทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ยากแก่การป้องกัน คอยแต่แก้ไข ใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาในปัจจุบัน รัฐบาลให้ความสำคัญในการสร้างความสมดุลให้กับการใช้น้ำทั้งระบบ 1.ภาคการผลิต ทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยการทำฝนเทียม พัฒนาแหล่งน้ำ – เขื่อน – ฝาย ขุนลอกคูคลอง วางระบบชลประทาน สร้างแก้มลิง – บ่อขนมครก ตามแนวทางพระราชดำริ ปรับพฤติกรรมการเกษตร ไร่นาสวนผสม – โซนนิ่ง – ปลุกพื้นใช้น้ำน้อย – เกษตรน้ำหยด 2.ภาคครัวเรือน น้ำอุปโภคบริโภค อาทิ การขุดบ่อบาดาลหมู่บ้าน ประปาชุมชน และ 3.การรักษาสมดุลทางธรรมชาติ ผลักดันน้ำเข็ม
“การสร้างความยั่งยืนสำหรับอนาคตอีก 10 ปี 20 ปี 30 ปี ด้วยแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการทั้งระบบ 10 ปี ที่ขยายขอบเขตในมิติพื้นที่และเวลา จากการแก้ปัญหาเร่งด่วน อาทิ 1.การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 2.การบำบัดฟื้นฟูน้ำเสีย 3.การจัดทำฐานข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำเพื่อการบริหารจัดการและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตามการช่วยกันประหยัดน้ำเป็นมาตรการที่ดี ไม่ต้องลงทุนแต่มีประสิทธิภาพที่สุดในการอนุรักษ์ให้มีน้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน ไม่แล้ง ไม่เหือดแห้ง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





