"สุวพันธุ์"แจงอีก 6 เดือน เม็ดเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ลงชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้าน ระบุให้ไปทำโครงการชุมชนไม่ใช่ให้ส่วนตัว
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันอังคารที่ 26 ม.ค. ที่อนุมัติกรอบวงเงินจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ดำเนินโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ที่จะขับเคลื่อนผ่าน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่า เงินดังกล่าวจะให้นำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนโดยใช้กลไกของกองทุนหมู่บ้านฯกองทุนละไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการกองทุนฯได้จัดทำแผนที่จะใช้เงิน และโครงการนี้ไม่ได้เป็นการให้เงินรายบุคคลหรือส่วนตัว เพราะการให้เป็นการให้เพื่อการพัฒนาชุมชน เช่น เขาต้องการตั้งตลาดจำหน่ายสินค้าชุมชนในพื้นที่ ต้องการโรงอบลำไยระดับชุมชน ต้องการทำลานตากผลผลิตการเกษตร ต้องการทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน เช่น มีรถที่เป็นรถรางฯ ส่วนถามว่าให้ 5 แสนบาทจะเพียงพอหรือไม่นั้น ก็เรามีเงินให้เท่านี้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า กำหนดที่เงินจะลงไปสู่ชุมชนกำหนดไว้ภายใน 6 เดือน แต่ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่เชิญประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านฯทั่วประเทศมาร่วมสัมมนา เพราะงานนี้ไม่ใช่งานเพื่อส่งเสริมอาชีพหรือส่งเสริมความเป็นอยู่ส่วนบุคคล ฉะนั้นเขาจะต้องทำให้ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้และโครงการที่จะดำเนินการได้จะต้องผ่านประชาคมไม่ใช่กรรมการกองทุนคิดกันเอง คิดเอาเองโดยไม่ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นงานโครงการนี้เป็นโครงการพิสูจน์ความเจริญก้าวหน้าและความเข้มแข็งของชุมชน
สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบความโปร่งใสของการใช้เงิน นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า 1.มีประชาคมเกิดขึ้นในชุมชน 2.มีการตั้งอนุกรรมการในการตรวจสอบ กลั่นกรองและพิจารณาโครงการ 3.มีการเสนอขึ้นมาสู่ส่วนกลางเพื่อความเหมาะสม และเมื่ออนุมัติแล้วเงินจะถูกส่งผ่านไปทางธนาคาร ดังนั้นกองทุนต้องเปิดบัญชีใหม่ และกรรมการกองทุนฯจะต้องออกระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการให้ชัดเจน ต้องการดำเนินการ ติดตามและประเมินผล ซึ่งหลักเกณฑ์ก็คือว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ให้ลงไปนั้นจะต้องเกิดจากความต้องการของชุมชนเพื่อดำเนินการ ส่วนรัฐบาลจะกำกับดูแล ติดตาม ซึ่งเป็นการรับผิดชอบตามขั้นตอน





