"สุภา" ปปช. ชี้ไม่ใช่จับคนโกงยัดคุกแล้วจบ ต้องชดใช้ทรัพย์สิน-ค่าเสียโอกาส
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามการทุจริต(ป.ป.ช.) พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมหลักสูตรนิติเศรษฐศาตร์ระยะสั้นรุ่นที่ 2 ว่า การทุจริตร้ายแรงมากต่อประเทศ สิ่งสำคัญต้องเกิดจากการมีมาตรฐานทางสังคมและการโกงก็คือหนทางจะไปสู่เป้าหมายมาตรฐานทางสังคม เช่น ทุกคนอยากมีการศึกษาดี มีบ้าน มีรถให้ลูกหลาน หนทางไปสู่จุดนั้นอาจไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสภาวะความพร้อม ซึ่งความไม่เหมือนกันนั้นนำมาซึ่งคนที่กระทำความผิด เขาก็ได้หาหนทางที่อยากได้ตามเป้าหมายสังคมที่อยากมี อย่างไรก็ตามกลไกการแก้ไขต้องซับซ้อนมากขึ้น ต้องสร้างการรับรู้ สร้างการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น หลักนิติเศรษฐศาตร์จึงมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในบ้านเราที่มีโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก หากสังคมมีกลไกดังกล่าวก็จะช่วยสร้างการรับรู้ สร้างกลไกตรวจสอบและจะทำให้ปัญหาลดน้อยลง การลงทุนเรื่องนี้จึงคุ้มค่าและจะทำให้สำนักงาน ป.ป.ช.บรรลุวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้นในภารกิจต่อต้านการปราบปรามการทุจริต
จากนั้น นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ได้กล่าวบรรยายตอนหนึ่งในหัวข้อ มุมมองทางนิติเศรษฐศาตร์เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและการตรวจสอบติดตามโครงการ ว่า การตรวจสอบทรัพย์สินต้องมีเรื่องเศรษฐศาตร์เข้าไปเกี่ยวข้อง หากคนไหนเราชี้ทุจริตต้องขอตรวจสอบทรัพย์สินทุกราย จึงอาจต้องแก้ไขกฎหมายเพราะบางคนหนีบทลงโทษไป แต่ทรัพย์สินยังอยู่ ทั้งนี้กฏหมายป.ป.ช.ฉบับที่สามจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเนื่องจากอายุความยังอยู่แม้คุณจะหนีไป ยังไงต้องถูกลงโทษแน่ ซึ่งในหลักเศรษฐศาตร์การทำผิดทุจริตไม่ใช่เพียงการลงโทษโดยติดคุก แต่คุณต้องชดค่าใช้ จ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องดูโอกาสของธุรกิจนั้นว่าเสียหายหรือไม่ ต้องนึกถึงคนทั้งประเทศ คนที่ทุจริตไม่ใช่ทุจริตเพราะอยากติดคุก แต่ทุจริตเพราะอยากได้ทรัพย์ ดังนั้น เราต้องใช้หลักนี้ คือเมื่อทุจริตต้องคืนทรัพย์มา เราก็พยายามหาทรัพย์สินที่โกงไปกลับคืนมาให้ได้ แต่หากหามาไม่ได้ก็ต้องเอาทรัพย์สินที่มีมาชดใช้ ไม่ใช่แค่ติดคุกแล้วจบ เพราะในมุมตนไม่เพียงพอสำหรับคนที่เสียภาษี




