คสช.กำชับกกล.รส.ทำความเข้าใจประชาชนปลูกพืชใช้น้ำน้อย ช่วงหน้าแล้ง หนุนงานรัฐบาล
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีพล.อ. วลิต โรจนภักดี รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน เน้นย้ำการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งขณะนี้ได้มีการสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรและผู้นำชุมชนถึงสถานการณ์น้ำและวิกฤตภัยแล้งตลอดจนชี้แจงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสำรวจความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้พบว่ามีเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานเข้าร่วมโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย 167, 890 ครัวเรือน และโครงการปรับเปลี่ยนอาชีพทดแทนการทำนาปรัง 819,703 ครัวเรือน ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งดูแลเรื่องการรองรับผลผลิตจากเกษตรกรและดูแลช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ในงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของศูนย์ดำรงธรรม กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่ ยังคงเข้าช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ อาทิ ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกใน จ.พิษณุโลก และอุตรดิตถ์ การดูแลกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ อ.เอราวัณ จ.เลย การกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทำให้ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถกำจัดผักตบชวาได้ถึง 1,727 ตัน และจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนความคืบหน้าในการสนับสนุน “การบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ” ที่คลองลาดพร้าว กทม.นั้น ขณะนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และส่วนราชการที่รับผิดชอบได้ดำเนินการปักธงแสดงแนวเขตการสร้างเขื่อนริมคลองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นระยะทาง 45.2 กิโลเมตร จากนั้นจะเริ่มการก่อสร้างเขื่อนตามแผนงานต่อไป ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชนริมคลองให้ดำเนินการตามแผนงานที่ทางราชการกำหนด
อย่างไรก็ตาม ในทุกการปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะงานเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล การดูแลความสงบเรียบร้อยและงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่ผ่านมา คสช. และเจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้รับความร่วมมือและการตอบรับที่ดีจากประชาชน เป็นผลให้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน คสช. จึงขอขอบคุณในความร่วมมือและความตั้งใจจริงของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้าตามโรดแม็ปที่วางไว้





