วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'ย้ำให้ความรอบคอบขีดเส้นแผนที่'วันแม็ป' 22 จังหวัด

"ไพบูลย์"ย้ำให้ใช้ความรอบคอบขีดเส้นแผนที่"วันแม็ป"ใน 22 จังหวัด เฝ้าระวังภูเก็ต โคราช เชียงราย มีปัญหาบุกรุก-ทุจริตทับซ้อนของแผนที่ของราชการ

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ 1:4000 หรือ One Map ว่า ขณะนี้ถือว่ามีการประกาศเปิดตัวโครงการชัดเจนแล้ว จากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการด้านเทคนิคที่ได้ร่างกำหนดหลักเกณฑ์ 13 ข้อ จะไปทำความเข้าใจกับหน่วยงานในระดับภูมิภาค เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เนื่องจากเป้าหมายของการจัดทำวันแม็ปคือการนำเอาเส้นแบ่งเขตแผนที่ที่ไม่ตรงกันของหน่วยงานรัฐมาทำให้เป็นเส้นเดียวกัน แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน การบุกรุก และให้คนสามารถอยู่กับป่าได้

คาดว่าการจัดทำแผนที่ตามหลักเกณฑ์ 13 ข้อ จะแล้วเสร็จในเดือนก.ย.นี้ จากนั้นจึงเริ่มขั้นตอนของการพิสูจน์ว่าพื้นที่ใดมีการบุกรุกหรือเป็นพื้นที่ทับซ้อน ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับประชาชน เพราะแผนที่แนวเขตเส้นเดียวกันยังไม่เสร็จ อย่างไรก็ตาม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก การออกเอกสารสิทธิในที่ดินแปลงที่ถูกต้องสามารถทำได้ตามปกติ ยกเว้นในพื้นที่ซึ่งยังเป็นปัญหา ขณะที่นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชน คนต้องอยู่กับป่าได้ 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า แม้จะมีหรือไม่มีวันแม็ป ผู้ที่บุกรุกป่าจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย แต่วันแม็ปจะทำให้รัฐบาลสามารถพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น การจัดสรรที่ดินเหมาะสมในพื้นที่อื่น ส่วนกรณีที่มีการออกมาระบุว่ามีการกันพื้นที่แนวเขตอุทยานแห่งชาติ ในจ.ภูเก็ต เอื้อประโยชน์ให้นายทุน ยืนยันว่าก่อนหน้านี้วันแม็ปยังไม่มีการดำเนินการในระดับพื้นที่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงยังเข้าไปกำหนดแนวเขต โดยพื้นที่เป้าหมายในการเฝ้าระวังไม่ได้มีเฉพาะจังหวัดภูเก็ต แต่มีมากถึง 22 จังหวัด ในจำนวนนี้มีจ.นครราชสีมา และจ.เชียงรายด้วย ซึ่งจังหวัดเหล่านี้มีการทับซ้อนของแผนที่ราชการ นำไปสู่การบุกรุกป่าและการทุจริตออกเอกสารสิทธิที่ดิน.

ทั้งนี้ กรณีที่มีการนำข้อมูลที่อ้างว่ามาจากเจ้าหน้าที่มาเปิดเผยผ่านสื่อ ตนไม่รู้ว่าผู้ให้ข้อมูลเป็นใคร และทำไปเพื่ออะไร คล้ายจะเป็นการดิสเครดิตโครงการวันแม็ป แต่ตนไม่ใช่คนปิดรับข้อมูล ได้สั่งการให้ไปตรวจสอบข้อมูลเพื่อความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่าแนวเขตที่ระบุอาจเป็นแนวเขตที่เป็นการตกลงกันเดิมระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม( ทส.) กับหน่วยงานอื่น