“โฆษกศาลยุติธรรม” แถลงรับหญิงในคลิป ป่วนกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้พิพากษา ช่วยราชการอุทธรณ์ แต่พบมีอาการป่วยด้านจิต ชี้ขาดยาอาการกำเริบ
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ปรากฏภาพหญิงในคลิปประพฤติตัวไม่เหมาะสม บริเวณกรมการขนส่งทางบก ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เป็น น.ส.ชิดชนก แผ่นสุวรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และเข้ารับการรักษามาแล้วประมาณ 2 ปี โดยทราบจาก น.ส.ชิดชนก ที่คิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เรื่องการถูกกล่าวหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ จึงเป็นเหตุให้เกิดอารมณ์แปรปรวน และทราบว่า น.ส.ชิดชนก ไม่ได้รับประทานยา มาระยะหนึ่ง ทำให้อาการกำเริบขึ้นนำมาสู่เหตุการณ์ดังกล่าว
“เรื่องนี้ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา และนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และมีหนังสือขอให้ศาลอุทธรณ์ ส่งตัวน.ส.ชิดชนก กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ”โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวและว่า ส่วนขั้นตอน การเสนอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงน.ส.ชิดชนกนั้น ต้องบอกว่าถ้าเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมปกติและไปกระทำเช่นนั้นอาจจะดำเนินการทางวินัย แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าน.ส.ชิดชนก มีปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกาย ก็เป็นเรื่อง ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ที่จะมีขั้นตอนการพิจารณาดูว่า ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่
นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า น.ส.ชิดชนก นั้นเมื่อเดือน ก.ค.56 ศาลแขวงดุสิต ได้พิพากษาลงโทษ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ลงโทษปรับ 2,000 บาท และความผิดทำให้เสียทรัพย์จำคุก 2 เดือนและปรับ 4,000 บาท โดยศาลรอลงอาญาไว้ 1 ปี กรณีปาข้าวกล่องใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือบิ๊กแจ้ด อดีตผบช.น. และมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย ซึ่งศาล สั่งปรับ 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของน.ส.ชิดชนก มีปัญหาหรือไม่ นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า น.ส.ชิดชนก รับราชการมา 10 ปี แต่เมื่อ 2 ปีก่อนสำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งตัวน.ส.ชิดชนก ไปช่วยราชการกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีแต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านธุรการ ส่วนเวลาปกติ น.ส.ชิดชนก ถือว่าทำงานได้ดีเป็นผู้พิพากษาที่น่ารักและเป็นคนที่รักความยุติธรรมอย่างมาก แต่มีปัญหาสุขภาพจิต การควบคุมอารมณ์ ซึ่งไม่ได้รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อารมณ์แปรปรวน หลังจากกลับมาปฏิบัติประจำที่สำนักงานศาลยุติธรรมแล้วทางศาลยุติธรรม จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีกรอบเวลาหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นปัญหาเรื่องทางสุขภาพก็จะมีการพิจารณา เรื่องของการหย่อนความสามารถ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องวินัย และจะมีการกำหนดการตรวจสอบโดยประธานศาลฎีกา แต่บทลงโทษเรื่องการหย่อนความสามารถมีกำหนดไว้ในระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ว่าด้วย การหย่อนความสามารถนั้นเป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ต้องให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ (ก.ต.) จะมีคำสั่งให้ผู้พิพากษาคนนั้นออกจากราชการโดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญซึ่งที่ผ่านมามีผู้พิพากษาหลายคนที่เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ อาทิ เจ็บป่วยเป็นโรคสมองตีบ โรคมะเร็ง โดยจะถูกให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี หรือให้ออกจากราชการ ซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ





