วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โฆษกศาลยธ.' รับผู้พิพากษาอาละวาดกรมขนส่ง ป่วยทางจิต

“โฆษกศาลยุติธรรม” แถลงรับหญิงในคลิป ป่วนกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้พิพากษา ช่วยราชการอุทธรณ์ แต่พบมีอาการป่วยด้านจิต ชี้ขาดยาอาการกำเริบ

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ปรากฏภาพหญิงในคลิปประพฤติตัวไม่เหมาะสม บริเวณกรมการขนส่งทางบก ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เป็น น.ส.ชิดชนก แผ่นสุวรรณ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และเข้ารับการรักษามาแล้วประมาณ 2 ปี โดยทราบจาก น.ส.ชิดชนก ที่คิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม เรื่องการถูกกล่าวหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ จึงเป็นเหตุให้เกิดอารมณ์แปรปรวน และทราบว่า น.ส.ชิดชนก ไม่ได้รับประทานยา มาระยะหนึ่ง ทำให้อาการกำเริบขึ้นนำมาสู่เหตุการณ์ดังกล่าว                           

“เรื่องนี้ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา และนายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และมีหนังสือขอให้ศาลอุทธรณ์ ส่งตัวน.ส.ชิดชนก กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ”โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวและว่า ส่วนขั้นตอน การเสนอตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงน.ส.ชิดชนกนั้น ต้องบอกว่าถ้าเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมปกติและไปกระทำเช่นนั้นอาจจะดำเนินการทางวินัย แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าน.ส.ชิดชนก มีปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกาย ก็เป็นเรื่อง ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ที่จะมีขั้นตอนการพิจารณาดูว่า ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้หรือไม่

นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า น.ส.ชิดชนก นั้นเมื่อเดือน ก.ค.56 ศาลแขวงดุสิต ได้พิพากษาลงโทษ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ลงโทษปรับ 2,000 บาท และความผิดทำให้เสียทรัพย์จำคุก 2 เดือนและปรับ 4,000 บาท โดยศาลรอลงอาญาไว้ 1 ปี กรณีปาข้าวกล่องใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือบิ๊กแจ้ด อดีตผบช.น. และมีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วย ซึ่งศาล สั่งปรับ 1,000 บาท         

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของน.ส.ชิดชนก มีปัญหาหรือไม่ นายสืบพงษ์ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า น.ส.ชิดชนก รับราชการมา 10 ปี แต่เมื่อ 2 ปีก่อนสำนักงานศาลยุติธรรมได้ส่งตัวน.ส.ชิดชนก ไปช่วยราชการกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีแต่ให้ปฏิบัติหน้าที่ในงานด้านธุรการ ส่วนเวลาปกติ น.ส.ชิดชนก ถือว่าทำงานได้ดีเป็นผู้พิพากษาที่น่ารักและเป็นคนที่รักความยุติธรรมอย่างมาก แต่มีปัญหาสุขภาพจิต การควบคุมอารมณ์ ซึ่งไม่ได้รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อารมณ์แปรปรวน หลังจากกลับมาปฏิบัติประจำที่สำนักงานศาลยุติธรรมแล้วทางศาลยุติธรรม จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีกรอบเวลาหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นปัญหาเรื่องทางสุขภาพก็จะมีการพิจารณา เรื่องของการหย่อนความสามารถ ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องวินัย และจะมีการกำหนดการตรวจสอบโดยประธานศาลฎีกา แต่บทลงโทษเรื่องการหย่อนความสามารถมีกำหนดไว้ในระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ว่าด้วย การหย่อนความสามารถนั้นเป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ต้องให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ (ก.ต.) จะมีคำสั่งให้ผู้พิพากษาคนนั้นออกจากราชการโดยมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญซึ่งที่ผ่านมามีผู้พิพากษาหลายคนที่เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพ อาทิ เจ็บป่วยเป็นโรคสมองตีบ โรคมะเร็ง โดยจะถูกให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี หรือให้ออกจากราชการ ซึ่งมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ