นายกฯย้ำแผนที่แบบใหม่ แก้ปมทับซ้อนการจัดสรรที่ดิน

"ประยุทธ์"ย้ำแผนที่แบบใหม่"One Map" แก้ปมทับซ้อนของการจัดสรรที่ดิน ครอบคลุมการจัดโซนนิ่งพื้นที่เกษตร-จัดการน้ำ ชี้ดีกว่านโยบายแปลงสินทุน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 หรือ One Map และมอบนโยบาย ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการประสานการทำงานของรัฐแบบบูรณาการแบบดิจิตัลเพื่อให้หน่วยงานรัฐใช้แผนที่แนวเขตที่ดินแบบเดียวกันที่ต่อไปจะเรียกว่า “เส้นวันแม็พ” ซึ่งจัดโดย คณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (กปนร.)
จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดทำแผนที่มาตราส่วน 1:4,000 ตารางกิโลเมตร ว่า แผนที่ดังกล่าวจะบังคับใช้ทุกที่ ไม่ใช่ใช้แค่จุดใดจุดหนึ่ง เพราะปัญหาที่ผ่านมาคือทุกคนมีปัญหาของตัวเองทุกคนมีแผนที่ของตัวเอง แต่เวลาทำงานจัดผังเมือง เรื่องกรรมสิทธิ์ซื้อขาย ทำการเกษตรทุกคนก็อนุมัติในกรอบของตัวเอง แต่แผนที่ไม่ตรงกันก็ทำให้เกิดความเหลื่อมกัน เรากำลังแก้ทั้งประเทศไม่ใช่แค่ภูเก็ตหรือที่ไหนทั้งสิ้น
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เป็นการเริ่มต้นกระบวนการว่าทำอย่างไรจะไม่เกิดความขัดแย้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างที่กล่าวอ้างกันว่าเอื้อประโยชน์กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ รีสอร์ทอะไรต่างๆ ตนมองรีสอร์ทไม่เห็นหรอกเพราะตนมองแต่แผนที่ รีสอร์ทอยู่ตรงไหนตนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นหลักการกฎกติกาและระเบียบของเขามีอยู่แล้วว่าถ้าหากว่ามีเส้นที่มันเป็นสองเส้นไม่ตรงกันก็จะมีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่บอกว่าให้เอาเส้นที่ใหญ่ที่สุด เส้นใหญ่ที่สุดคือเอาที่คืนมามากที่สุดเป็นตัวตัดสิน ดังนั้นอย่าไปเชื่อคนกระทรวงนั้นกระทรวงนี้มาพูดยังงี้ เพราะเรากำลังจะให้มีตรงกลางให้ได้เพื่อเป็นบรรทัดฐาน อย่างที่อธิบายไปแล้วว่าทหารยังใช้แผนที่แบบ 1:50,000 ที่ใช้ในการเดินในระยะที่ไม่ไกลในการปฏิบัติการยุทธ์เป็นหลัก และมีแผนที่แบบ 1:250,000 ที่มีความละเอียดน้อย แต่ลองคิดดูว่า 1 : 4,000 จะละเอียดมากขึ้นหรือไม่ เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าเส้นไหนอยู่ตรงไหน เพราะเดิมที 1:50,000 มองไม่เห็นและลากเส้นไม่ได้ ยิงปืนใหญ่ได้ในระยะไม่เกิน 10-20 กิโลเมตรได้ เขามีความมุ่งหมายอย่าไปมองว่าจะให้ใครที่นั่นที่นี่ตรงนี้อาจจะได้คืนหรืออาจะเสียก็ได้ ไม่เช่นนั้นทุกคนก็บอกว่าถูกกฎหมายเพราะได้รับอนุญาตจากปีนั้นปีนี้ ตามกฎหมายฉบับนี้หน่วยงานนี้ แล้ว ตนถามว่ามันไปทาบทับกับหน่วยงานอื่นเขาหรือเปล่า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องมองภาพการแก้ปัญหาแบบองค์รวม ที่ตามไปด้วยการลงทุนพื้นฐานในการสาธารณูปโภค การบริหารจัดการน้ำ การเพิ่มอาชีพเพิ่มรายได้ นำไปสู่การโซนนิ่งพื้นที่การเกษตรกรรม การใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะถ้าทุกอย่างมันจะพันกันหมดทุกคนก็จะของบประมาณรัฐบาลก็จะใช้อย่างที่เห็น ดังนั้นต้องจัดกลุ่มให้ได้ ทำพร้อมๆกันจะได้นำไปสู่การบูรณาการงบประมาณแบบองค์รวม อย่าคิดแยกๆแตกๆเพราะไม่เกิดประโยชน์แล้วก็จะตีผมเป็นเรื่องๆเพราะมันไม่เคยทำ พวกนี้ก็จะเอาเกษตรดีอย่างเดียว
พวกนี้จะเอาค้าขายอย่างเดียวทุกคนมีสิทธิที่จะอยู่ที่จะกินในแผ่นดินนี้ทั้งหมดรัฐบาลมีหน้าที่เพียงในการบังคับใช้กฎหมายในการจัดสรรที่ดินให้เขาได้มาอย่างถูกต้อง ซึ่งตนให้คณะกรรมการจัดการที่ดินของรัฐบาลและคสช.ไปดูว่าจะทำยังไงให้คนที่อยู่ในพื้นที่บุกรุกให้ทำกินได้ ไม่เช่นนั้นจะเรียกร้องตลอด และตนจะให้ทำกินได้ไปพลางก่อนโดยการใช้กฎหมายอื่น เช่น เช่าที่เพื่อการเพาะปลูก ไม่ได้ให้ที่ดินทำกินเป็นกรรมสิทธิ์ แต่รัฐบาลอื่นเข้ามาเขาอาจจะให้ก็ได้แต่ตนไม่รู้ แต่ถามว่าท่านจะเพียงพอไหมละ ถ้าวันหน้าทุกคนอยากมีหมดแล้วท่านจะให้เขาได้ไหม เราต้องสร้างสังคมที่ให้ความเข้าใจ นั่นแหละคือสิ่งที่เป็นปัญหา
"สมัยก่อนเขามีนโยบายแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน ทุกคนอยากได้ที่หมด ให้ไปแล้วเป็นยังไง ก็ขายต่อ วันนี้ไปดูสิมีเจ้าของจริงๆไม่กี่ที่ พอผมไปแตะเข้าก็บอกว่ารังแกคนจน คนที่ออกมาเคลื่อนไหวคือคนเหล่านี้ไง ก็ไปขับเคลื่อนที่เขามาถูกต้องว่าเดี๋ยวเขาจะมาจัดการนะขอให้จัดการนะ แต่ตัวเองน่ะได้ประโยชน์ ไอ้พวกนี้ตัวแสบทั้งนั้น" นายกฯ กล่าว







