วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯไป'นครสวรรค์-ชัยนาท' 22 ม.ค.หวังดูแลความเดือดร้อนปชช.

นายกฯเผยไปนครสวรรค์-ชัยนาท 22 ม.ค.หวังดูแลความเดือดร้อนของประชาชน วอนขอความเห็นใจรัฐบาล ชี้ทุกอย่างอยู่ที่ความเข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึง การลงพื้นที่จ.นครสวรรค์และจ.ชัยนาท ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ว่า เป้าหมายการลงพื้นที่คือไปเยี่ยมประชาชน ดูแลความลำบาก ความเดือดร้อน และไปหาหนทางแก้ปัญหา บางอย่างอยู่ที่ความเข้าใจ ความอดทนและเวลา ต้องเห็นใจรัฐบาลเพราะปัญหามันเยอะ ปัญหามันทับซ้อนต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเรามีปัญหาอะไรบ้าง ประเทศไทยมีปัญหาอะไรบ้าง ตนพูดไปแล้วทีหนึ่ง ท่านลองไปดูในรายละเอียดมีเยอะแยะไปหมด ซึ่งจะต้องทำทั้งหมด แต่ทั้งหมดจะต้องทำในระยะที่1 ถึงปี 2560 ส่วนที่เหลือปัญหาที่ว่ามาทั้งหมดจะต้องไปแก้ต่อ เราทำให้มันนิ่ง มีแนวทางใหม่ ไม่ใช่แก้แบบเดิม มันก็จะพันอยู่แบบนี้ไม่จบ วันหน้าก็กลับมาที่เก่าอีก ถ้าเราหาเงินให้เขา อะไรให้เขา ซึ่งเรื่องที่เราให้ไปแล้วมันคนละเรื่องนั่นเขาเรียกว่าไปดูแลปัจจัยการผลิต ไปทำสิ่งต่างๆให้เห็น ไม่ใช่อยู่ดีๆ บอกเขาให้เอาไปใช้จ่าย มันไม่ใช่ รัฐบาลได้พยายามทำถึงที่สุด คือ 1.การบรรเทาความเดือดร้อน 2.การสร้างความเข้มแข็งในภาคการผลิต และนำมาใช้ในประเทศ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลย จึงต้องใช้วิธีนี้ เพราะฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจกัน ปวดหัวนะ คิดทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ก็คิด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะดูไปถึงปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมการมาตั้งนานแล้ว โดยการทบทวนแผนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และมีการปรับแก้ เช่น ที่ผ่านมามีแหล่งน้ำที่ไม่ตรงกับพื้นที่การเพาะปลูก จึงได้ขยายไปดูเรื่องคลองส่งน้ำ ซึ่งถ้าทำไม่ได้เนื่องจากติดระบบส่งน้ำต้องใช้งบประมาณสูง ก็จะต้องแก้ด้วยวิธีการไปซ่อมของเดิมที่ชำรุด เพราะการไปสร้างอ่างเพิ่มเพื่อไว้เติมน้ำก็มีปัญหา คือการใช้น้ำจากแม่น้ำโขงขึ้นมาโดยในพื้นที่กลัวว่าน้ำของเขาจะน้อยลง แบบนี้จะไปได้หรือไม่เมื่อไม่มีการเผื่อแผ่ แบ่งปัน แต่เขาคงไม่ทำขนาดนั้น 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ถ้าเมื่อไหร่น้ำเยอะ น้ำเกินความต้องการ น้ำจะท่วมหรือมีน้ำหน้าฝนก็สามารถที่จะแบ่งไปตรงอื่นได้ ถ้าน้ำไม่มีแล้วตนจะแบ่งไปได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นการเอาน้ำที่เกินความต้องการในพื้นที่ไปให้จุดอื่น ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ที่ผิด และมีคนบางคนยังพูดอยู่ รัฐบาลก็ทำเหมือนกัน แต่จะเหมือนได้อย่างไร ถ้าเหมือนตนก็นั่งเฉยๆไม่เหนื่อยขนาดนี้ ไม่ต้องปากเปียกปากแฉะ นี่ก็ปากกว้างมาขึ้นจมเลย 

รายงานข่าวแจ้งว่าส่วนกำหนดการปฏิบัติราชการต่างจังหวัดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเดินทางไปจังหวัดชัยนาทและนครสวรรค์ในวันศุกร์ที่ 22 ม.ค. นั้นจะเดินทางไปพร้อมกับ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่ากา รกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปราชการ โดยช่วงเช้านายกฯ จะเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่พล.ม.2รอ. และถึงจุดจอดที่โรงเรียนรัฐราษฏร์อนุสรณ์ จ.นครสวรรค์ โดยมีนายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจ.นครสวรรค์ และข้าราชการท้องถิ่นให้การต้อนรับ

ก่อนจะออกเดินทางไปยังศูนย์ข้าวชุมชน ต.บึงปลาทู อ.บรรพตพิสัย เพื่อรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงานจากนายพิชัย โสทะ ประธานศูนย์ข้าวชุมชน จากนี้จะเยี่ยมชมเกษตรแปลงใหญ่ รับฟังรายงานการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กองทุนหมู่บ้าน รวมถึงมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบล ชมแปลงปลูกพืชและศูนย์ข้าวชุมชน พร้อมพบปะประชาชนราว 500 คน จากนั้นนายกฯ จะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเจ้าพระยาเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี) ที่ห้องประชุมประพันธ์ศิริ อาคารสำนักบริหารจรูญ-หทัย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา 

จากนั้นช่วงบ่ายนายกฯ และคณะออกเดินทางไปยังโครงการฟื้นฟูสระเก็บน้ำบ้านหนองดู่ 400 ไร่ อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เพื่อรับฟังนายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจ.ชัยนาทสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมโครงการ พร้อมพบปะประชาชนราว 500 คน ก่อนเดินทางไปยังจุดจอดอ.สนามกีฬาหนองมะโมงโดยขบวนรถยนต์ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ในเวลา 16.15 น. และถึงกรุงเทพฯในเวลาประมาณ 17.10 น.