ผบช.สตม.สั่งเข้มความปลอดภัยด่านตม.ทั่วไทย เน้นภาคใต้
หลังเกิดเหตุระเบิดหลายระลอกใกล้กับห้างสรรพสินค้า ซารีนาห์ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานเอกอัครราชทูตของหลายประเทศ ทั้งตุรกี ปากีสถานและฝรั่งเศส รวมถึงโรงแรมหลายแห่งในเขตใจกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงสายของวัน พฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วโลกเพราะถือเป็นเหตุการณ์อุจฉกรรณ์ที่เกิดขึ้น
พล.ต.ท.ณัฐธร เข้ามาเป็น ผบช. สตม. สั่งการวิทยุด่วนไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ และสนามบินทุกแห่ง โดยเฉพาะจุดล่อแหล่มต่างๆ ให้มีการเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ระมัดระวังกลุ่มเป้าหมายซึ่งอาจจะฉวยโอกาสก่อเหตุร้ายด้วยเป็นพิเศษ กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับตาอยู่เป็นพิเศษอยู่แล้ว หากพบมีการเข้ามาก็สามารถส่งเจ้าหน้าที่สายสืบเข้าตรวจสอบทันทีที นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูต อินโดนีเซีย ตุรกี ประจำประเทศไทย เพื่ออัพเดทข้อมูลตลอดเวลา หากมีการระบุรายชื่อผู้ก่อการร้าย ก็สามารถนำเข้าสู่ระบบตรวจสอบ เพื่อเป็นการแบล็คลิสรายชื่อ ห้ามเข้าราชอาณาจักรไทย ที่สำคัญได้สั่งกำชับพิเศษในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและสนามบินในภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งมีพรหมแดนติดกับประเทศมาเลเซียอาจจะเป็นช่องทางให้คนร้ายสามารถเดินทางเข้ามาในไทยได้ง่าย
"เราติดตามสถานการณ์ต่างๆ รอบนอกอยู่แล้วและได้สั่งการวิทยุด่วนไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงสนามบินด้วย ตื่นตัวเฝ้าระวังกลุ่มก่อร้ายการ กลุ่มเป้าหมายเป็นพิเศษ ซึ่งเราจะโฟกัสไปที่สนามบินและด่านที่รับผิดชอบชายแดนภาคใต้ซึ่งมีพรหมแดนติดต่อมาเลเซีย เป็นช่องทางที่มีโอกาสเป็นไปได้ที่ชาวอินโดนีเซียจะเดินทางผ่านมาเลเซียเข้ามาได้ ต้องให้ความสำคัญพิเศษในกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงมีการติดตั้งระบบตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ ด่านตามแนวชายแดนแล้วเพื่อตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่จะเข้าออกราชอาณาจักรไทย ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จับตามองเป็นพิเศษ ก็มีอยู่แล้วแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ถ้าเรามีข้อมูลก็จะบรรจุลงแบล็คลิสไว้เป็นบุคคลต้องห้ามซึ่งจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันที" พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าว





