สปน.สรุป "10เรื่อง" ที่ปชช.ยื่นแต่แก้ปัญหาได้ยาก รายงานให้ครม.ทราบ พบปี58 ยอดร้องทุกข์เพิ่ม89% สูงสุดในรอบ3ปี
รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์และการเสนอความคิดเห็นของประชาชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ที่ยื่นผ่านช่องทางร้องทุกข์ 1111 และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งเสนอโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยพบว่ามีเรื่องยื่นทั้งสิ้น 229,456 ครั้ง รวมจำนวน 145,460 เรื่อง โดยประเด็นที่ร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นมากที่สุด ได้แก่ เหตุเดือดร้อนรำคาญ รองลงมาคือ ปัญหาหนี้สินนอกระบบ แจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด แจ้งเบาะแสการลักลอบการเปิดบ่อนและเล่นการพนัน และผลกระทบจากนโยบายและโครงการของรัฐในประเด็นที่หลากหลาย ทั้งนี้สามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติคิดเป็นร้อยละ 91.07 และ อยู่ระหว่างการดำเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นร้อยละ 8.93
นอกจากนี้ในรายงานยังมีสถิติการใช้บริการแยกตามช่องทางการร้องเรียน โดยเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีงบประมาณ พบว่าประชาชนยื่นร้องทุกข์เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 89 ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการประสานเรื่องร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการประสานเรื่องร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ ธนาคารออมสิน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดที่ได้รับการประสานเรื่องร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นมากที่สุด 5 ลำดับแรก กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และนครราชสีมา
และรายงานยังระบุประเภทเรื่องร้องทุกข์ที่แก้ปัญหาได้ง่าย ได้แก่ เรื่องที่ภาครัฐมีกฎระเบียบ นโยบายหรือมาตรการ และมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว เช่น การแจ้งเหตุเดือดร้อนรำคาญ การขอกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษา การขอความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิการสงเคราะห์ด้านต่างๆ รวมทั้งเรื่องที่มีอุปสงค์และอุปทานตรงกัน เช่น ขอให้จัดหางาน
ส่วนเรื่องร้องทุกข์ที่แก้ไขปัญหาได้ยากหรือเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการแก้ไขปัญหาหรือเรื่องที่ไม่สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาได้มีจำนวน 10 เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องร้องทุกข์ที่ข้อเรียกร้องขัดต่อระเบียบหรือข้อกฎหมาย 2.การขอความช่วยเหลือที่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ เช่น ขอให้ได้ทำงานหรือเลื่อนตำแหน่งในบริษัทเอกชน การเสนอขายที่ดิน ขอยืมเงินส่วนตัวจากบุคคลอื่น 3.เรื่องร้องทุกข์ที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคดีหมดอายุความแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ร้อง 4.เรื่องการขออภิสิทธิ์ เช่น เรื่องการแต่งตั้ง โอน ย้าย ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการกำหนด 5.เรื่องการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
6.ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องทับซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของหลายหน่วยงาน 7.เรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย 8.ประเภทปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลโดยการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอื่น 9.การร้องเรียนเรื่องค่าเวนคืนที่ดิน เงินค่าชดเชยการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำในอดีต และ 10.เรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิที่ดิน





