วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็นจีโอจี้รัฐบาลเคลียร์ปมปลด7บอร์ดสสส.

เอ็นจีโอด้านสุขภาวะรุมจี้รัฐบาลเคลียร์ปมสงสัยปลด7บอร์ดสสส. ยันไม่ปกป้อง ร้องถูกแช่แข็ง ระส่ำทั้งองค์กร"ไร้งาน ไร้เงิน"

นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่ายในขบวนการส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชน(ขสช.)แถลงถึงรายละเอียดเพิ่มเติมจากแถลงการณ์5ข้อว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากทหาร พูดชัดเจนว่าจะมาปฏิรูปให้บ้านเมืองน่าอยู่ ลดความเหลื่อมล้ำ แต่ดูการกระทำจากกรณีใช้มาตรา44ปลดบอร์ดส.ส.ส.ที่มีส่วนทำให้แรงงานทั้งใน และนอกระบบ ได้เข้าถึงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพ แต่มาลิดรอนสิทธิผลประโยชน์ที่ได้รับ ก็จะทำให้สูญเปล่า ในนามภาคีฯตนมองว่า หากรัฐบาลจะปฏิรูป ก็น่าจะให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ถ้ายังมีการเบรคงบประมาณ ในส่วนที่ได้มีการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการชุดเดิม หรือโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากส.ส.ส.ลุกลามไปถึง ผู้ปฏิบัติงานได้

"ถ้ารัฐบาลยังพูดว่าเพื่อไม่ให้ขัดขวางการตรวจสอบ มีการเบรกโครงการต่างๆ จะมีคนตกงานประมาณ5,000ถึง6,000คนมันขัดนโยบายรัฐบาลที่ระบุว่า จะพยายามให้ประชาชนมีงานทำ ไม่ให้คนไทยว่างงาน ดังนั้นก่อนวันที่15ม.ค.นี้ ถ้ารัฐบาลยังไม่มีการทบทวนรัฐธรรมนูญ มาตรา44ผมคิดว่ามุมมองของภาคีต่างๆ ควรจะเข้าไปพบนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมสรรพากร และผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ เราจะเป็นจำเลยของสังคมทันที เนื่องจากถูกมองว่าส.ส.ส.ทุจริตคอร์รัปชั่นภาษี ผมเชื่อว่าภายใต้ภาคีที่ได้รับงบฯ จากส.ส.ส.คงไม่ดีทั้งหมด ฉะนั้นให้ตรวจสอบเป็นรายโครงการไป ไม่ใช่มาเหมารวม ทำให้ประชาชนเสียโอกาส โดยเฉพาะประชารัฐ เรามีจุดยืนชัดเจนตามแถลงการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยืนยันภาคีเครือข่ายที่มาในวันนี้ ไม่ได้เป็นการมาปกป้องบอร์ด เพียงแต่มาตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส ถ้าผิดจริงก็ว่ากันไปเลย"นายมนัส กล่าว 

ด้านนายธนากร คมกฤส ตัวแทนมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวถึงผลกระทบจากการถูกแช่แข็งโครงการต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนงบฯจากส.ส.ส.นานกว่า3เดือนว่า เราไม่ได้อยากบอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มูลนิธิต่างๆต้องล้มลง แต่มันเป็นตัวเร่งให้เราเข้าสู่สถานการณ์ปัญหา นำมาสู่การตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร คือมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ถูกระงับมาเป็นระยะเวลา4-5เดือน แม้จะเป็นระยะเวลาไม่มาก ทำให้ต้องตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานขององค์กร เพื่อเริ่มใหม่ในการกู้วิกฤตคืนมา ผลที่เกิดขึ้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ยังกระทบไปถึงการทำงานในพื้นที่ต้องมีการชะลองานทั้งหมด รวมถึงครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบอีกด้วย 

ขณะที่นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงการค้าเสรีภาคประชาชน กล่าวว่า เราไม่ต้องการเคลมว่าเราเป็นคนดี แต่เราเป็นคนทำงานที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ ถ้าเราผิดก็มาว่ากัน แต่ถ้ามีความคิดที่แตกต่าง ต้องมีการตีความ ถ้าเราไม่เห็นด้วย จะฟ้องร้อง ที่สำคัญการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชนอกจากส่งเสริมสุขภาพแล้ว เรายังตรวจสอบ และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ แน่นอนสิ่งที่เราดำเนินการอาจไปขัดผลประโยชน์ของหน่วยงานราชการ หรือกลุ่มทุน แต่นโยบายประชารัฐ ของรัฐบาล เท่าที่มีการตั้งคณะทำงาน ตนมองว่ามันเป็นรัฐของทุนมากกว่า ที่จะเป็นรัฐของประชาชน

"เมื่อวันที่6ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะมีการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ ที่หัวหน้าคณะทำงานชุดนี้ ก็มีกลุ่มบริษัททุนเหล้ายักษ์ใหญ่ร่วมอยู่ เป็นลูกเจ้าของบริษัท แบบนี้สิ่งที่เกิดขึ้น กำลังจะดูดเงินจากกองทุน ไปอยู่ในโครงการประชารัฐ ที่ไม่เคยสนใจ ไม่เคยเห็นหัวว่ามีประชาชนอยู่ในนั้นหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่รัฐบาลทหารกำลังจะคืนความสุขให้ประชาชน หรือ คืนความทุกข์ให้กับประชาชนกันแน่ รัฐบาลทหารจะทำให้เป็นรัฐของทุนหรือไม่ ฉะนั้นไม่ว่าจะมีเงินทุนหรือไม่ เราจะทำงานตรวจสอบให้เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม" น.ส.กรรณิการ์ กล่าว

นางสาวกรรณิการ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยึดติด แต่เราคิดว่าการใช้มาตรา44ไม่ถูกต้อง ต่อกรณีการแช่แข็งดังกล่าว แต่ถ้าชี้ว่าคนเหล่านั้นผิด มีผลประโยชน์ทับซ้อนออกมาชัดเจน เราไม่มีปัญหา ควรใช้แค่กฎหมายควบคุมของส.ส.ส.ที่มีก็พอ 

เมื่อถามว่า บอร์ดในส.ส.ส.ออกมาแฉว่ามีขบวนการที่จะล้มส.ส.ส.อยู่ โดยบริษัทเหล้า บุหรี่ แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด นางสาวกรรณิการ์ กล่าวว่า เราอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ถ้าใครมีข้อมูลก็สามารถแจ้งเข้ามาได้