"หัสวุฒิ"ไหว้ศาลหลักเมืองยันยึดมั่นยุติธรรม น้อมรับราชโองการ ยันบริสุทธิ์ แนะจับตาศาลปกครองตัดสินคดีสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด ได้เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลหลักเมืองได้แก่ หอพระพุทธรูป องค์พระหลักเมืองจำลอง องค์พระหลักเมืององค์จริง หอเทพารักษ์ทั้งห้า และเติมน้ำมันพระประจำวันเกิด โดยมีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ อาทิ ตัวแทนสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ข้าราชการ ตัวแทนกลุ่มประชาชนเพื่อความยุติธรรมในแผ่นดิน กลุ่มข้าราชการรักความถูกต้องและเครือข่าย 15 องค์กร เป็นต้น
ต่อมานายหัสวุฒิ อ่านแถลงการณ์ กรณีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด มีเนื้อหาว่า ตนได้น้อมรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ขอขอบคุณกำลังใจจากทุกคน ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดและประธานศาลปกครองสูงสุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด และไม่เคยหวั่นเกรงต่อภัยหรือสถานการณ์ที่มากดดัน การทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ตนถูกคุกคามหลายครั้ง แต่ตนไม่เคยย่อท้อหรือหนีเอาตัวรอดจากอันตราย เพราะตนยึดมั่นในอุดมการณ์ความถูกต้องและความยุติธรรม
"ผมขอยืนยัน ในความบริสุทธิ์ของผม ขอฝากให้คนไทยจับตาดูความเป็นไปของศาลปกครองในคดีสำคัญๆของประเทศต่อไป”นายหัสวุฒิ กล่าวและว่า ในส่วนที่ตนโดนสอบวินัยร้ายแรงในคดีที่การเบิกค่าใช้จ่ายไม่โปร่งใสในการเดินทางไปเป็นประธานพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำลูกแก้วมงคลนิมิต ประดิษฐานบนพระธาตุเจ้าจอมล้านนา วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ในช่วงเวลาเดียวกับการไปปฏิบัติราชการที่ จ.พิษณุโลกนั้น ยืนยันว่า จากกรณีดังกล่าว ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ได้ตรวจสอบเรื่องแล้ว ตนไม่ได้ถูกรับเชิญไปในฐานะส่วนตัว แต่ไปในฐานะประธานศาลปกครองสูงสุด เพราะฉะนั้นจึงทำได้ เรื่องที่เขาลงโทษผม ข้อกฎหมายก็ไม่ถูก ข้อเท็จจริงก็ไม่มี กรรมการสอบสวนเสียงข้างมากบอกว่าผมไม่ผิด เขาก็ยังเล่นงานผมได้เลย เช่นเดียวกับเรื่องที่ไปวัดยกฉัตรและปฏิบัติธรรม สตง. มีหนังสือบอกว่า ไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรจะต้องเรียกเงินคืน ซึ่งมันควรจะจบแต่เขาก็ยังสอบสวนผมอยู่ จะด้วยเจตนาอะไรก็คงต้องไปถามเขาดู สุดแล้วแต่เขา"อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าว
สำหรับกรณีที่มีการนำรถหลวงมาใช้นอกราชการนั้น ขอยืนยันว่า ไม่เคยนำรถหลวงไปใช้ส่วนตัวในกรณีใดๆทั้งสิ้น ตั้งแต่ประธานคนก่อนแล้ว เขาใช้ในกิจราชการของศาลปกครอง ซึ่งก็ใช้ในราชการเช่นกัน ไม่เคยเอาไปใช้ส่วนตัว ถึงจะเป็นเวลานอกราชการก็ใช้ในยามที่มีกิจของศาลปกครอง การใช้รถหลวง บางงานมีเจ้าหน้าที่ที่จะต้องไปด้วยหลายคน แล้วรถประจำตำแหน่งก็ไปไม่หมด และในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเคยพูดว่าถูกข่มขู่และขู่ฆ่ามาโดยตลอด เพราฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้รถของศาลปกครอง
อย่างไรก็ตาม การที่มาสักการะสิ่งศักสิทธิ์ที่ศาลหลักเมืองวันนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มาไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พระสยามเทวาธิราช เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คุ้มครองรักษาประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศของเราอยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง





