วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชง2วิธีแก้'เอแบค' ไกล่เกลี่ย-ยึดอำนาจ

กกอ.มีมติเสนอ 2 ทางเลือกให้ รมว.ศธ. ระงับความขัดแย้งม.เอแบค ทางเลือกแรกยึดแนวทางไกล่เกลี่ย ส่วนอีกทางยึดอำนาจจากสภาฯและผู้บริหาร

ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการกกอ.นัดพิเศษ ตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบให้กกอ.ประชุมพิจารณาถึงปัญหาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) โดยให้พิจารณาว่า ปัญหาดังกล่าวมีความรุงแรงถึงขั้นที่ศธ. จะใช้มาตรา 86 พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 เข้าไปควบคุมมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ว่า ที่ประชุมกกอ.พิจารณา พบปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลกระทบรุนแรง ภาพลักษณ์สถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงก็ยิ่งมีผลกระทบมาก ทั้งหมดสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งภายใน ระหว่างสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหาร ซึ่งปล่อยไปก็จะเป็นอุปสรรคแก่การจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะจะมีการเปิดภาคเรียนวันที่ 11 ม.ค. นี้ จึงจำเป็นต้องมีมาตราแก้ไขโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโดยรวม เพราะฉะนั้น ที่ประชุมกกอ. จึงมีมติเสนอ 2 ทางเลือกให้พล.อ.ดาว์พงษ์ พิจารณาเลือกใช้ในการแก้ปัญหา

คุณหญิงสุมณฑา กล่าวต่อว่า ทางเลือกแรก เสนอใช้วิธีการไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นวิธีการที่รมว.ศธ. ตั้งใจจะนำมาใช้ ที่ผ่านมา รมว.ศธ. ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ซึ่งได้สอบสวนแล้วเสร็จและกรรมการเสนอแนะให้มีการไกล่เกลี่ย เพื่อให้เกิดความปรองดองกัน ส่วนทางเลือกที่ 2 เสนอให้รมว.ศธ. ใช้อำนาจตามมาตรา 86 (4) และมาตรา 86 วรรค 2 ตามพ.ร.บ.อุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ตั้งกรรมการเข้าไปควบคุมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ประธานกกอ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มาตรา 86 (4) กำหนดไว้ว่า ถ้ามหาวิทยาลัยเอกชน เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ จากทั้งหมด 4 สาเหตุ ซึ่งรวมถึงการที่สภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี คณาจารย์ หรือนักศึกษา ดำเนินการอันเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยต่อประเทศ ต่อวัฒนธรรมของชาติ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งกรณีของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีความรุนแรงเกิดขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรม ความสงบ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 86 (4) แล้ว เพราะฉะนั้น กกอ.จึงเสนอให้รมว.ศธ. โดยการเสนอแนะของกกอ. ใช้อำนาจตามมาตรา 86 วรรค 2 ตั้งกรรมการเข้าไปควบคุมสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้น ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คนแต่ไม่เกิน 15 คน ทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเดิม พร้อมออกประกาศควบคุมมหาวิทยาลัยในหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 วัน

‘’ กกอ. ได้เสนอทางเลือกให้รมว.ศธ. ตัดสินใจเลือก 2 ทาง ขึ้นอยู่กับว่ารมว.ศธ. จะเลือกใช้ทางไหน โดยทางกกอ. ได้นำข้อเสนอไปยังรมว.ศธ. แล้วตั้งแต่หลังเสร็จสิ้นการประชุม‘’ คุณหญิงสุมณฑา กล่าว

ด้านนพ.กำจร ตติยกวี ปลัดศธ. กล่าวว่า ทางเลือกทั้ง 2 ทางที่เป็นมติของกกอ. ไม่ได้แย้งกับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล เพราะคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้น เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งภายใน แต่ทางเลือกให้ไกล่เกลี่ยเป็นการใช้มิติทางรัฐศาสตร์ในการแก้ปัญหา ขณะที่ทางเลือกให้ใช้มาตรา 86 เป็นการใช้มิติทางทางนิติศาสตร์ 

แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรมว.ศธ. อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ศธ. พยายามดำเนินการไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว แต่ทั้ง 2 ฝ่ายนำกฎหมายมาใช้ในเชิงอำนาจเข้าใส่กัน จนทำให้เกิดความกระทบกระทั่ง ซึ่งถ้าจะไกล่เกลี่ยได้สำเร็จนั้น จะต้องมีการปรองดองกันเสียก่อน ทั้งนี้ ถ้ารมว.ศธ. เลือกใช้ทางเลือกมาตรา 86 จริง ทางมหาวิทยาลัยสามารถอุทธรณ์ได้ในระยะเวลา 30 วัน แต่จะอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีความปรองดองกันก่อน

ขณะที่พล.อ.ดาว์พงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการประชุมว่า จะรอฟังมติที่ประชุมกกอ. ถึงแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อย่างไรก็ตาม ในใจตนมีแนวทางแก้ปัญหาที่คิดไว้อยู่ แต่ยังไม่ต้งการพูด เพราะจะกลายเป็นการชี้นำ กกอ. จึงขอรอให้ปลัดศธ.มารายงานผลการประชุมก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันคณบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ออกแถลงการณ์มีใจความตอนหนึ่งว่า คัดค้านการตั้งนายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นรักษาการอธิการบดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแต่งตั้งที่มีนัยผิดปกติ โดยการแต่งตั้งสภามหาวิทยาลัยใช้อำนาจตามาาตรา 42 วรรค 2 ตามพ.ร.บ.อุดมศึกษาเอกชน ทั้งที่วรรค 1 ในมาตราเดียวกันกำหนดไว้ชัดเจนว่า ให้รองอธิบดีการคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน และที่สำคัญ นายสุทธิพร เป็นคู่กรณีหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่สอบสวนอธิการบดี และควรจะเป็นหนึ่งในผู้ถูกสอบสวนกรณีจัดตั้งบริษัทซื้อเครื่องฝึกบินจำลอง ร่วมกับอธิการบดีด้วย

ทั้งนี้ รมว.ศธ. ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งทุกฝ่ายควรยุติบทบาทเพื่อรอฟังผลการตรวจสอบ แต่กรรมการสภามหาวิทยาลัยกลับไม่เคารพในข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่กรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียงข้างมาก กลับเรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย อ้างเสียงข้างมาก พักการปฏิบัตหน้าที่ของนายกสภามหาวิทยาลัย และแต่งตั้งรักษาการนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งมติดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับหรือให้อำนาจ จากนั้น มีการจัดประชุมต่อเนื่องเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิการบดี มีมติสั่งปลดอธิการบดี และมีมติแต่งตั้งนายสุทธิพร เป็นอธิการบดีแทน 

ทั้งนี้ ในนามคณบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เห็นว่า สาเหตุของปัญหาเกิดจากพฤติกรรมของกรรมการสภาฯบางคนที่ลุแก่อำนาจ ไม่เคารพต่อข้อตกลงในการไกล่เกลี่ยของรมว.ศธ. เมื่อเห็นว่าฝ่ายตัวเองจะเพลี่ยงพล้ำก็พยายามบิดเบือนข้อกฎหมาย อ้างเสียงข้างมากลงมติเพื่อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงมหาวิทยาลัย จนทำให้นายสุทธิพร ลุแก่อำนาจ นำมติที่ไม่ถูกกฎหมายมาเป็นข้ออ้าง เมื่อไม่ได้รับการยอมรับ กลับใช้กำลังเข้าข่มขู่ และทำลายทรัพย์สินแทนการใช้กระบวนการตามกฎหมาย จึงขอออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องต่อสังคม ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วยกันกดดัน ประณาม หรือลงโทษเพื่อไม่ให้เป้นกรณีตัวอย่างแก่นักศึกษาและเยาวชนของชาติต่อไป