รมช.กลาโหม ติงหัวหน้าส่วนราชการ อย่าเพิ่งฟันธงทุจริต "อุทยานราชภักดิ์" ขอให้เช็คข้อมูลครบถ้วน ยันเปลี่ยนชื่ออุทยานฯไม่มีอะไร แค่มีคนเกษียณ
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงชื่อ “มูลนิธิราชภักดิ์” เป็น “มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ย่อว่า “ร.ภ.” ว่า ไม่มีอะไร ซึ่งการเปลี่ยนบุคคลในครั้งนี้ เนื่องจากมีบุคคลที่ต้องเกษียณอายุราชการ เราจำเป็นต้องมีคณะกรรมการเข้ามาทำงานในพื้นฐานของมูลนิธิได้เท่านั้น ไม่มีอะไร แต่ยืนยันคณะกรรมการที่มีการตรวจสอบก็มีการดำเนินการอยู่ มั่นใจว่าการดำเนินการของคณะกรรมการที่ผ่านมาทำงานด้วยความรัดกุม ซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกมี 100 กว่าโครงการในการดำเนินการ อุทยานราชภักดิ์ถือเป็นโครงการหนึ่ง และที่ผ่านมาตนไม่มีการถ่ายเอกสารหรือสำเนาเก็บเอาไว้ ซึ่งเรามีความมั่นใจในโครงการอุทยานราชถักดิ์มาก เพราะมีความตั้งใจทำและมีคณะกรรมการย่อยลงไปดูแล
“ผมฟังหัวหน้าส่วนราชการที่มีความเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบางหน่วยงานอยากให้รู้รายละเอียดอย่างถ่องแท้ ยกตัวอย่างที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องโรงหล่อ เป็นเรื่องของเอกชน ท่านไปดูให้ดีเสียก่อน แล้วให้คณะกรรมการไปตรวจสอบถึงการดำเนินของเอกชนกับเอกชนว่าดำเนินการอย่างไร ทำไมคณะกรรมการจึงบอกว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรรมการอุทยานราชภักดิ์รวมถึงกำลังพลของกองทัพบกในปีนั่นด้วย และผมได้อธิบายไปแล้วก็ไม่เข้าใจกัน ถ้าจะเป็นการดีจะช่วยบอกรายละเอียดอีกสักนิดว่า ผมเคยถูกถามและไปตั้งคำว่า หักหัวคิว ซึ่งผมไม่ชอบเลย เพราะเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น
และรังเกียจคำนั้น คำว่า หักหัวคิว ผมไม่เคยใช้คำพูดนี่เพียงแต่ผมรับคำถามนี้มา และผมก็บอกว่าอาจมีความจริงบางส่วน ซึ่งผมก็ขยายความในโอกาสต่อมาว่าเป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน และเมื่อทราบภายหลังเราก็เข้าไปพูดคุย สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีและะกลับมาเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายที่ได้แก้ไขปัญหาแล้ว เป็นเรื่องบุญกุศลและไม่มีใครไปเสียเงินเสียทองเพิ่มเติมอะไร ให้เกิดดความเสียหายและที่เราได้แก้ไขก็นอกหน้าที่ขอองเรา จะมาบอกละเว้น157คงไม่ได้เพราะไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการ และส่วนของกำลังพลหรือโรงหล่อใดๆซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต่างๆควรเข้าใจ แล้วอย่าพึ่งเอ่ยอะไรออกมาว่ามีการทุจริตหรือทำไม่ถูกต้อง แบบนี้พูดไม่ถูกต้อง เพราะจะเกิดความไม่ยุติธรรม เพราะท่านเป็นหน่วยตรวจสอบแล้วไม่ยุติธรรม เดี๋ยวจะเกิดความไม่ยุติธรรม และท่านก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ท่านพูดล่วงหน้าด้วย ควรจะให้ชุดตรวจของท่านเข้าไปตรวจตามปกติ” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ชุดตรวจของส่วนราชการภายนอก ต้องเข้ามาตรวจตามโครงการและแผนงานนั้นๆและอุทยานราชภักดิ์ก็เป็นส่วนหนึ่ง เรื่องราวไม่มีอะไร ก็ขอให้ออย่ามีออะไร ตนเคยบอกว่าอย่าไปหลงประเด็น ถ้าหัวหน้าชุดตรวจสอบหรือผู้ใหญ่ของหน่วยงาน ต้องการทราบอะไรที่เป็นเรื่องภาพรวม ตนก็สามารถชี้แจงได้ทั้งหมดในฐานะที่เป็นประธานอำนวยการ และมีรองประธานช่วยกำกับดูแลในความรับผิดชอบตามหน้าที่ เพราะฉะนั้นสามารถชี้แจงได้และให้พบปะพูดคุยได้ ส่วนรายละเอียดต้องไปเอาที่กองทัพบก ในส่วนของมูลนิธิเองได้รับอนุมัติให้จัดตั้งเมื่อปลายปีงบประมาณกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาและยังไม่ได้ดดำเนินการอะไรเลย และสามารรถชี้แจงงบประมาณการบริจาคที่เข้ามาได้ สามารถตอบสิ่งต่างๆได้หมด และสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆให้หัวหน้าหน่วยงาานหรือหัวหน้าส่วนราชการที่ตรวจสอบ ถ้าอยากรับทราบมารับข้อมูลได้ที่ตน ส่วนรายละะเอียดไปเอาที่กองทัพบก
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ขออย่าพึ่งชี้หรือฟันธงว่ามีการทุจริต เพราะตนมั่นใจในโครงการนี้และได้ติดตามดูการปฏิบัติงานมา ขอให้ดำเนินการด้วยความยุติธรรม จะได้ผลที่ออกมาเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน อยากให้คนที่ตั้งใจทำงานเสียกำลังใจ เน้นโครงการนี้มีที่มาที่ดี ตั้งแต่เริ่มและดำเนินการมาดี ขอให้ดูวัตถุประสงค์ต่างๆ
“ขอยืนยันว่าผมไม่ต้องการทำให้ผิดเป็นถูก ถ้าทำให้ผิดเป็นถูกผมก็ไม่ชอบ เพราะผมก็ต้องอยู่ในกระบวนการต้องดูในคนที่ไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกันผมทำมาเนิ่นนาน ได้รับมอบหน้าที่ตั้งแต่เป็นนายทหารระดับเล็ก กลาง สูง จึงต้องช่วยกันดูแลสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอให้มั่นใจ และขอให้มั่นใจโครงการอุทยานราชภักดิ์แบะต้องดำเนินงานต่อไป และตั้งแต่หลังปีใหม่สักระยะจะประสานงานกองทัพบกว่า งบประมาณที่มีอยู่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างไร ตามลำดับความเร่งด่วนและผมจะบอกกับกองทัพบกให้ประสานงานต่อไป ต้องทำให้คนบริจาคเงินมั่นใจ สมปราถนา” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจหรือยัง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนไม่เป็นไร




