วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'แนะทำไร่นาสวนผสม อย่ายึดติดปลูกพืชเชิงเดี่ยว

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯแนะเกษตรกรทำไร่นาสวนผสม อย่ายึดติดการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ย้ำต้องส่งเสริมการทำงานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกอากาศในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ ” เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 มีใจความว่า ในการลงพื้นที่สองจังหวัดภาคใต้ในครั้งนี้ ผมและคณะยังได้ไปเยี่ยมชมโครงการปลูกกล้วยหอมทองแซมในสวนยางพารา ที่บ้านของนายวิสูตร คันธรักษา สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด เป็นโครงการที่น่าชื่นชมน่ายินดี น่ายกย่อง แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการ ตามมาตรการส่งเสริมของรัฐบาลในปัจจุบัน  ในการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกร โดยความสมัครใจ ที่จะไม่ยึดติดกับการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ที่เรียกว่าเกษตรเชิงเดี่ยว ไม่ว่าจะข้าว ไม่ว่าจะยาง อะไรก็แล้วแต่ ด้วยความสมัครใจ โดยการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้สูงสุด ไม่ปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า ใช้พื้นที่ปลูกยางน้อย ใช้ยางพันธุ์ดีที่ได้ปริมาณยางมาก พื้นที่ที่เหลือใช้เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชอื่น

"สำหรับไร่นาสวนผสม ก็สามารถทำได้นะครับ อันนี้ผมรวมไปถึงเรื่องสวนยาง สวนผลไม้ แม้กระทั่งการทำนาข้าวนะครับ ทั้งนี้เพื่อจะเอาพืชที่ปลูกแซมไว้ หรือการเลี้ยงสัตว์นั้นเป็นอาชีพเสริม เป็นรายได้เสริม นะครับ ซึ่งจะได้คู่ขนานไปกับรายได้จากพืชผลหลัก ซึ่งต้องรอเวลาในการที่จะผลิตอกมานะครับ แปรรูปอีกเยอะแยะไปหมดนะ เพราะงั้นบางอย่างจะต้องปลูกพืชที่จำหน่ายได้อย่างรวดเร็วขึ้น ราคาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืชที่เป็นเรียกว่าปลูกพืชอินทรีย์ โดยใช้ปุ๋ยอินทรี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เหล่านี้ เราจำเป็นต้องเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น เพราะความต้องการของท้องตลาดมีเป็นจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพ ในเขตเมืองแม้กระทั่งต่างจังหวัด  ในโลกใบนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาก็สนใจให้ราคาผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นสืบเนื่องมาจากการไม่ใช้สารเคมี เราจะได้ลดความเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรที่มีความผันผวนตลอดเวลา มีการสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพเกษตรกร ไม่ออกไปทำอาชีพอื่น เพราะว่าทุกคนมี ผมเชื่อมั่นนะครับว่าทุกคนมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ ก็เป็นคนไทยเป็นอาชีพที่สุจริตนะครับ ทุกคนก็ภูมิใจในการเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน แต่รายได้มันน้อยลง เพราะงั้นเราจะทำอย่างไรให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่พอเพียง สมศักดิ์ศรีของเขานะครับ"

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับคุณวิสูตรนั้น เป็นเกษตรกร ประกอบอาชีพสวนยางมายาวนาน ก็ไม่ได้เรียนอะไรสูงมากนักนะครับ แต่เมื่อประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ก็ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร เพื่อร่วมโครงการปลูกกล้วยหอมทอง ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมานะครับโดยการสนับสนุนของสหกรณ์ประกอบกับการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง ทำให้สามารถแบ่งพื้นที่ ที่มีอย่างจำกัด มาเพาะปลูกกล้วยหอม จำนวน 13 ไร่ ได้รับผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ส่งออกขายไปยังประเทศญี่ปุ่น ได้รับกำไรจากการขายกล้วยหอมทอง ซึ่งเป็นรายได้เสริม 2 หมื่นกว่าบาท/ไร่

 " ยิ่งกว่านั้น ปัจจุบันคุณวิสูตรฯ หันมาทำ “เกษตรแบบปราดเปรื่อง” คือ นอกจากปลูกกล้วยหอมทองแล้ว ได้แบ่งพื้นที่ทำสวนยางพาราจำนวน 30 ไร่ กรีดยางขายรายวัน มีรายได้ประมาณ 1,100 บาท และปลูกปาล์มน้ำมันขายอีกจำนวน 15 ไร่ มีรายได้เดือนละ 7,000 – 8,000 บาท เห็นไหมครับ ถ้าเราแบ่งพื้นที่ทั้งหมดออกมาเป็นส่วนๆ แล้วทำพืชแต่ละชนิด หรือเลี้ยงสัตว์ จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเอง ไม่งั้นเราจะต้องฝากความหวังไว้กับพืชเชิงเดี่ยวราคาตกก็ตกไปทั้งหมด แล้วก็ทำให้รายได้ลดลง แล้วครอบครัวจะอยู่กินอย่างไร นี่แหละเป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้พี่น้องชาวเกษตรกรเข้าใจ ไม่ต้องการจะไปบังคับให้ท่านเปลี่ยนพฤติกรรมแม้แต่นิดเดียวนะครับ เป็นเจตนาของผมที่ต้องการจะให้ทุกคนนั้นมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ในวันนี้ และในอนาคต"

 พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ยังแบ่งพื้นที่ปลูกไม้เศรษฐกิจด้วย เพื่อให้ร่มเงารักษาความสมดุลทางธรรมชาตินะครับ ซึ่งเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการดำรงชีวิต ดำรงวิชาชีพของตนเท่าที่ทราบ ไม้ที่ปลูกรู้สึกจะเป็นไม้ มะฮอกกะนี ถือว่าเป็นธนาคารไว้ให้ลูกหลาน วันหน้าก็ใช้เวลานานพอสมควร กว่าจะเจริญเติบโตเป็นไม้เนื้อแข็ง มีลายงดงาม ทำเฟอร์นิเจอร์ก็ได้ หรือว่าทำตอนนี้ที่เขาใช้กันอยู่ก็ทำ ด้ามปืนพก ทำอะไรต่างๆ เหล่านี้ที่สวยงาม

  "ถ้าหากว่าเรารู้จักว่าเราจะคิดอะไร จะทำอะไรใหม่ เราจะทำอะไรที่มีความแตกต่าง แต่ไม่มั่นใจก็ไปถามเจ้าหน้าที่เขา เราพร้อมจะให้คำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์เกษตร ทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วไป ประจำอำเภอ หรือแม้กระทั่งในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ทั้งหมดจะต้องมีข้อมูลเหล่านี้ให้ ผมสั่งไปแล้วว่า อาจจะต้องมีการรวบรวมเล่ม รวบรวมเอกสาร หนังสือ วิธีการ ตัวอย่างในการที่จะปลูกพืชแซม อะไรบ้างที่ควรจะปลูก ตลาดเป็นยังไง อะไรเป็นยังไง เพื่อเขาได้เกิดความมั่นใจ กระทรวงพาณิชย์ก็เข้าไปดูแลเรื่องการตลาด กระทรวงเกษตรด้วย มหาดไทยก็จะไปทำให้เกิดความทั่วถึง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า อยากให้แนวทางไว้ดังนี้นะครับว่า ทุกกระทรวงที่เป็นเจ้าภาพหลัก ไม่ว่าจะเกษตร หรือมหาดไทยก็ตาม น่าที่จะต้องไปทำแปลงตัวอย่าง เกิดขึ้นในทุกหมู่บ้าน ตรงไหนที่จะปลูกพืชแซม ตรงไหนที่จะปลูกไม้ยืนต้น หรือเลี้ยงสัตว์ อะไรเหล่านี้ ถ้าทำตัวอย่างตามหมู่บ้านเหล่านี้ วันหน้าผมคิดว่าทุกคนก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเอง แต่ถ้าเราไปกำหนดล่วงหน้าบังคับเขา อะไรเขามันก็เป็นปัญหาหมดนะครับ คนไทยไม่ค่อยชอบการบังคับนะ แต่ก็จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เราต้องเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม อย่าไปขาย ถ้าไม่ทำแบบนี้ วันหน้าก็ต้องขายที่ดินอยู่ดี แล้วก็ต้องไปเช่าเขากลับมาอีก มันเป็นทางเลือกวันนี้ ขอให้ทุกคนพยายามศึกษารายละเอียด "

 พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า มีอีกหลายตัวอย่างนะครับ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วก็ทำจนประสบความสำเร็จ บางคนก็จบปริญญามา ปริญญาตรี ปริญญาโท วันนี้กลับมาทำการเกษตรหมดแล้วหลายราย แล้วก็ร่ำรวย ผมก็บอกว่าฝากไปดูคนอื่นๆ ด้วยรวมกลุ่มให้ได้ ไปพัฒนาเกษตรกรรายอื่นๆ ด้วย ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ผมเห็นจากที่มานำเสนอให้ผมทราบในงานต่างๆ ที่ผ่านมา ก็อยากจะฝากให้สื่อทุกสื่อ ช่วยกันสร้างสรรค์ นำเสนอเป็นทางเลือกเหล่านี้ เสนอเป็นข้อมูล ให้กับพี่น้องชาวไร่ชาวสวนถ้าไปมองในจุดอ่อน จุดบกพร่อง เช่น แล้วจะขายใคร ตลาดที่ไหน ก็เขามีเจ้าหน้าที่แนะนำอยู่ วันนี้เราต้องพยายามเชื่อบ้างนะครับ เชื่อฟัง แล้วก็นำให้ตัวเองนั้นเข้าสู่การพัฒนาตนเองในระบบที่ต้องใช้ความรู้ ใช้เทคโนโลยี ต่างๆเหล่านั้นมาประยุกต์ มาปฏิบัติตาม ให้เหมาะสมกับตนเอง ตามขีดความสามารถของตนเองด้วย เช่น

(1) การปลูกแตงกวา คุณประคองฯ เกษตรกร บ.วังนาแหน ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ สร้างรายได้เดือนละ 2 แสน เห็นไหมครับ ถ้าทำนาอย่างเดียวจะได้ไหม 2 แสน เริ่มแต่ยกร่องขึ้นแปลง วางสายระบบน้ำหยด ก็มีลงทุนเล็กน้อย คลุมพลาสติกแล้วเจาะหลุม หยอดเมล็ดพันธุ์ ปักไม้ไผ่ขึงตาข่ายให้ต้นแตงกวาเลื้อยขึ้นไป ลงทุน 30,000-50,000 บาท ปีหนึ่งปลูกแตงกวาได้ 3-4 ครั้ง เฉลี่ยวันละ 1-2 ตันมีพ่อค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน ราคากิโลกรัมละ 10 บาท ต่อไปถ้าสมมุติว่าทำเรื่องการขนส่งเอง ทำการตลาดเอง แล้วก็สร้างเครือข่ายเองผมว่าก็จะทำให้เกษตรกรทั้งกลุ่มแถวนั้น คือไม่จำเป็นต้องเป็นแตงกวาอย่างเดียว อะไรก็ได้ ที่ปลูกแล้วเป็นรายได้ ทั้งหมดก็เป็นสินค้าที่สามารถที่เผื่อแผ่ แบ่งปัน การค้าขาย แลกเปลี่ยน แล้วก็ตั้งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ เป็น SME เชื่อมโยงกับ ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ต่อไป เรียกว่าเป็นการพัฒนาตนเองทางด้านการเกษตร

(2) อีกเรื่องหนึ่งคือการเลี้ยงปลาหนังลูกผสมบึกสยามแม่โจ้ ของเกษตรกร ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ก็เป็นพันธุ์ปลาที่ได้มีการวิจัยพัฒนาขึ้นมา นำเอาข้อดีของปลาสวายและปลาบึกมารวมกัน เป็นที่น่าชื่นชม ในการพัฒนาของแม่โจ้ มารวมกัน ลงทุน 4 เดือน ปลาพันธุ์ใหม่นี้ จ่ายค่าอาหารเม็ดเพียง 2,500 บาท รวมค่าพันธุ์ปลาตัวละ 40 บาท รายได้ รวม 500 ตัวนั้นเลี้ยงได้ 4 เดือน มากกว่ากว่า 30,000 นะครับ มากกว่าสามหมื่น เห็นได้ว่าต้นทุนมันน้อย น้อยกว่าการทำการเกษตรแบบเดิมๆ มากนะครับ แล้วก็ผลกำไรมันมากขึ้นนะครับ ก็ลองคิดดูแล้วกัน ผมไม่อยากบังคับนะ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมพูดมาแล้วนี่ ตลาดยังต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกล้วยหอม ทั้งแตงกวา ทั้งปลาอะไรเหล่านี้ มีอีกหลายอย่างนะครับ

(3) ต่อไปก็คือการปลูกดาวเรือง ของชาวบ้าน ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลาใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ สร้างรายได้มากถึง 50,000 บาทต่อเดือน หลายครอบครัวก็หันมาปลูกดอกดาวเรืองเป็นอาชีพหลักแทนการทำนา จะปลูกเป็นหลัก เป็นรองก็ได้ทั้งนั้นนะครับ ทำนาก็ได้ แล้วก็เสริมด้วยตรงนี้ หรือจะทำอันนี้เป็นหลักแล้วทำนาเสริมเพื่อใช้รับประทาน ก็แล้วแต่ ท่านตัดสินใจเอาเองนะ ภายใต้การส่งเสริมขององค์การบริหารส่วนตำบลรำแดง และนักพัฒนาชุมชน ที่ยังคอยดูแลและประสานงาน บางครอบครัวนะครับก็ทำควบคู่กับการทำนา โดยการแบ่งแปลงปลูกเป็น 2 แปลงเท่าๆ กัน เมื่อปลูกแปลงแรก เก็บผลผลิตได้ แล้วก็ทยอยปลูกในแปลงที่สอง สลับไป สลับมานะครับ ใช้ที่เท่าเดิมนั่นแหละ ไม่ต้องไปบุกรุก ไม่ต้องไปขยาย ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม ปรับปรุงดินให้ดี สลับหมุนเวียนกันไป ก็จะทำให้ได้ผลผลิตต่อเนื่อง แล้วก็มีเวลาในการปรับปรุงดินด้วย ก็มีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงที่ ในช่วงเทศกาลงานบุญต่างๆ นะครับ ราคาอาจพุ่งสูงขึ้นอีก 1 เท่าตัว สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ลองดูนะครับ ศึกษาดูเหอะ อยากจะปลูกอะไรเป็น ในเน็ตก็มีนะ เราให้ความรู้ไปทางไอทีด้วย

(4) ต่อไปฟาร์มเห็ดนะครับ ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ เห็ดนางฟ้าฮังการี เห็ดนางฟ้าภูฏาน และเห็ดโคนญี่ปุ่น ส่งรายได้เดือนละ 70,000-80,000 ก้อนๆ ละ 6-8 บาท ก็คูณตัวเลขเอาแล้วกัน

(5) ต่อไปคือการปลูกผักนานาชนิด หลายชนิด นานาชนิดส่งขายตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท วันนี้ผมก็ให้มีการจัดตั้งตลาดชุมชน ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดกลางทุกจังหวัดนะครับ กำลังขยายอยู่ ถ้าสามารถปลูกกันได้ เอามาขายที่นี่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ส่งพ่อค้าคนกลางไป คัดดีๆ มาขายให้ได้ราคา เพื่อจะเลี้ยงชีพรายวัน ที่เหลือก็ขายส่งไป อะไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่ารัฐบาล เจ้าหน้าที่ พยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะส่งเสริมท่าน ก็ขอความร่วมมือให้สนใจ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เราด้วย ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ถ้าข้าราชการเขาให้ความรู้ท่านก็ให้กำลังใจเขาหน่อย ชมเขาบ้าง อะไรเขาบ้าง เขาก็ทำให้ท่านทั้งนั้นแหละ

เพราะฉะนั้นวันนี้ในส่วนของชาวนาในหมู่บ้านที่ ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ได้มาร่วมกันสร้างรายได้เข้าหมู่บ้านได้วันละกว่า 2 แสนบาทนะครับ ผมกราบเรียนแล้วว่า เราน่าจะต้องใช้วิธีการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ที่มี 3-3-1 แต่ไม่จำเป็นต้อง 3-3-1 ในบ้านของตัวเอง ท่านก็ไปแบ่งพื้นที่เป็นเพื่อนบ้านของท่าน อาจจะเป็น 3 แรก 3 ที่สอง แล้ว 3 ที่สาม 1 ก็คือบ้านของตัวเอง ก็ว่าไป แล้วถึงจะเกิดเครือข่ายในกลุ่มของท่าน สร้างความเข้มแข็งของท่านเอง มีอำนาจในการต่อรองนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องคิดไว้แล้วนะครับ ต้องทำแล้วตั้งแต่วันนี้

วันนี้ที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่นั้น ยกตัวอย่างมาสร้างรายได้ เข้าหมู่บ้านโดยรวมวันละกว่า 2 แสน นะครับ วันละกว่า 2 แสน อาจจะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ตั้งหลายอย่างนะครับ ที่ต้นทุนสูง ขายได้น้อย ราคาตกต่ำ ทำไมเราจะต้องไปทำสิ่งที่ เป็นอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ให้เลิกนะ คงต้องทำอยู่ ยังไงเราก็ต้องอยู่ต้องใช้ ต้องกิน แต่ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น นายธนนน ธีระวงศ์ไพศาลกุล จบการศึกษาปริญญาตรี กลับมายึดอาชีพทำการเกษตร ตามรอยบรรพบุรุษที่บ้านเกิด ผมเห็นหลายรายแล้ว บางคนก็จบวิศวกรบ้าง จบคุรุศาสตร์ อักษรศาสตร์ อะไรเหล่านี้ หรือจบนิติศาสตร์ ตอนนี้หลายรายกลับมาทำการเกษตรนะครับ เกษตรแนวใหม่ Smart Farmer อะไรก็แล้วแต่ ที่เราเรียกๆ กันนี่ เพื่อเป็นการสืบสานตามรอยของบรรพบุรุษที่บ้านเกิดนะครับ

แล้วก็รู้ถึงความอะไร ปัจจัยต่างๆ ในเรื่องของปัญหาภัยแล้ง-ราคาข้าวที่ตกต่ำ การใช้ปุ๋ยเคมีที่มีพิษ ก็หันมาปลูกเมลอนปลอดสารพิษ ในโรงเรือนขนาด 72 ตารางเมตร ก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร ทุนไม่มากนัก ใช้ระบบน้ำหยด สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก

"จะทำอะไรก็แล้วแต่ถ้าจะใช้สารเคมี ท่านจะใช้ยาฆ่าแมลง นึกถึงคนรับประทานเขาด้วย แล้ววันหน้าเราปลูกได้ เรารับรองได้ กำหนดมาตรฐานได้ กำหนดพื้นที่ได้ ราคามันสูงเอง ขายต่างประเทศเขาก็ต้องการหมด เขาจะดูว่าเราใช้สารเคมีหรือเปล่า ก็พยายามหน่อยนะครับ ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เมล่อนที่ว่านี่ถูกจองไปหมดแล้ว จองล่วงหน้ามันยังไม่ออกลูก ก็จองแล้ว หรือออกมาเล็กๆ น้อยๆ เขาก็จองหมด แล้วมีออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสายเลย นี่เป็นตัวอย่างเท่านั้นเองนะครับ ผมคิดว่าเราทำได้มากกว่านั้นนะ อย่าไปกลัว อย่าไปกลัวการตลาด อย่าไปกลัวว่าไม่มีเงินทุน ก็มารวมกลุ่มกันให้ได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะเข้าไป แต่ถ้าเข้าไปทุกรายๆ มันคงเป็นไปไม่ได้ ก็สมัครใจกันมาแล้วกัน ก็ไปเรียนรู้เอาเองจากเพื่อนบ้านที่เขาทำสำเร็จแล้ว ถ้ามันไกลไปดูลำบากก็ผมก็เลยบอกไปทำในพื้นที่เขาเลยซิ อย่างเช่นเมื่อกี้นี้ ตำบลหมู่บ้านไหนก็ตามเขามี ก็คนในหมู่บ้านแถวนั้นก็ควรจะได้เห็นแล้วก็ทำเป็นตัวอย่าง ก็จะดีไปทั้งหมู่บ้านนะ นี่เขาเรียกว่า ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งจะต่อเนื่องเชื่อมโยงกับ ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์การเกษตรของกระทรวงเกษตร ต้องสร้างความเชื่อมโยงแบบนี้ ของประชาชน ของรัฐ แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เราจะได้สร้างการเรียนรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศได้ด้วย ให้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ ที่สุจริตนะครับ มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนตัวเอง เราต้องระวังนะครับ โลกเปลี่ยนแปลงทั้งหมด อากาศเปลี่ยนแปลง"

ต้องส่งเสริมการทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ประชารัฐ”

 พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ผมอยากเห็น การแสวงหาความรู้มากกว่าใช้ประสบการณ์อย่างเดียวนะครับ เราจะต้องส่งเสริมการทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ประชารัฐ” ผมพูดบ่อย ประชารัฐ เพราะว่าประชาชนนี่เป็นผู้ที่กำหนดอนาคตของตนเองด้วย แล้วรัฐเป็นผู้สนับสนุน ในแต่ละพื้นที่ รัฐบาลมีศูนย์อยู่แล้ว “ศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตร” เป็นสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 9 แห่ง สำนักงานเกษตรจังหวัด 77 แห่ง สำนักงานเกษตรอำเภอ 882 แห่ง

"บอกมาครับว่าสำนักงานไหนที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือว่าไปถามแล้วไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ก็ไปถามท่านผู้ว่าฯ ก่อนนะ จากนั้นก็เดี๋ยวกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรเขาจะไปดูเอง แล้วท้ายสุดถ้ายังแก้ไขอะไรไม่ได้ แจ้งมานายกรัฐมาตรี เดี๋ยวจัดการให้ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร อีก 36 แห่ง และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยี การเกษตร 14 แห่ง รวมทั้งสิ้น 1,018 แห่ง ทั่วประเทศ นี่ทำแล้วนะครับ บางคนยังไม่ทราบเลย บอกไม่รู้จะไปเรียนรู้ที่ไหน แต่จริงๆแล้วก็ไปเรียนกันบ้างแล้วนะ แต่ไปเรียนมาแล้ว บอกทำไม่ไหว ทำไม่เป็น ทำไม่ได้ กลับมาก็ทำแบบเดิม มันก็เสียหายอยู่แบบเดิมนะ เราให้บริการทั้งหมดนะครับ ถ่ายทอดเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ รับเรื่องร้องเรียน ของเกษตรกรและประชาชนอีกด้วย กำลังให้กระทรวง มหาดไทย กระทรวงเกษตร ไปดูในพื้นที่เพาะปลูกนะ ก็ไปเลือกของใครที่พร้อมอยู่แล้ว ที่เป็นอย่างที่ว่าอยู่แล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ก็ไปส่งเสริมให้เป็นตัวอย่าง อย่างที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่ ให้สมัครใจกันมากๆ ข้อสำคัญรวมกลุ่มกันให้ได้ ประธานกลุ่มก็น่าจะมี ในพื้นที่เดียวกันก็คนเดียวนะ ถ้าพื้นที่เดียวกัน จังหวัดเดียวกันมีไม่รู้กี่กลุ่ม ไม่รู้จะทำยังไงนะ ถ้ากิจการเดียวกันนะ ไม่ใช่ว่ายาง มีนายกสมาคมเป็นสิบๆ คน มันไม่ได้หรอกครับ มันเป็นการทำให้ศักยภาพในการต่อรอง การกำหนดราคานี่ลดลงนะ แล้วก็เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ด้วยอะไรด้วย ผมไม่อยากพูดต่อไปตรงนี้นะ

 พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับในการลงพื้นที่ภาคใต้นั้นสรุปว่า ประชารัฐของเรา มีความคืบหน้าไปมากนะครับแล้วก็เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมปัจจัยภายใน ภายนอก แต่ที่ไม่เปลี่ยนเราต้องถือหลักการที่ว่า “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เป็นผู้ที่มีความพึงพอใจ เป็นผู้ที่มองเห็นอนาคตของตัวเอง ของครอบครัวตัวเอง แล้วของชุมชนด้วย เราจะต้องจัดโครงการลักษณะนี้ ทั้งอยู่กับที่ ทั้งเคลื่อนที่ มีการแลกเปลี่ยนสินค้าของแต่ละชุมชน การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราคาถูก การเสริมสร้างความรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านการลงทุนอาชีพใหม่ ตลอดจนบริการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ หรือของอันนี้ก็ตาม พร้อมให้คำปรึกษา รวมทั้งการสนับสนุนด้านการตลาด สร้างความเชื่อมโยงและเพิ่มห่วงโซ่คุณค่า มูลค่า ราคาผลิตภัณฑ์

 "วันนี้ทุกอย่างต้องสร้างนวัตกรรม แล้วก็เพื่อการแข่งขัน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ถ้าเราไม่สร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาจากวัสดุเดิม ราคาก็ไม่เพิ่มขึ้น ไม่น่าซื้อไม่น่าใช้ แม้กระทั่งการออกแบบกล่อง ออกแบบ ที่บรรจุภัณฑ์ เขาเรียกว่าบรรจุภัณฑ์ สินค้าทั้งหมดออกแบบไม่สวยไม่ดี มันก็ไม่น่าซื้อถึงมันจะดูดีก็ตาม ข้างในนะ ใครจะไปเปิดดู เขาดูจากข้างนอกก่อน มีสตอรี่ของการผลิตมาบ้างก็ได้ ถ้าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์นะ วันนี้ก็อยากให้ร่วมกันนะครับทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ รวมความถึงสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารออมสิน, ธนาคาร เอส เอ็มอี ,ธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่สำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ ได้รับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ ผมคิดว่าท่านน่ารักทุกคน ทุกพื้นที่ี ทุกภาค ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ เพราะท่านเข้าใจว่าผมมาทำอะไรให้ท่านนะ ผมไม่ได้เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากท่านเลย

ผมมาดูปัญหา แล้วผมจะแก้ปัญหา บางปัญหาแก้ง่าย บางปัญหาแก้ยาก เพราะต้องแก้พร้อมกันไปนั่นแหละ แต่จะเสร็จไม่เท่ากันนะ ช่วยกันนะครับ ท่านจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น จะได้สัดส่วนสมดุลกัน ราคาสินค้า สินค้าทางไฮเทค เทคโนโลยีราคาสูง แต่ผลผลิตเราต่ำ แล้วเราจะไปซื้อเขาได้อย่างไร ทุกคนก็อยากใช้ไม่ใช่หรือ ท่านต้องทำตรงนี้ให้ขึ้นมาด้วย ให้เกิดการสมดุลนะครับ ลูกหลานจะได้มีความสุข" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว