สภาพัฒนาการเมืองนำเสนอความเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ มีประเด็นน่าสนใจ ต่างจากความต้องการของคณะกรรมการ่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง “ทีมานายกฯ"
แม้หลายคนจะมองกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพียงละครหนึ่งฉาก เพื่อร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศเพื่อให้เป็นไปตามผู้มีอำนาจต้องการ แต่พวกเขาก็ยังยินดีที่จะเสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาที่ต้องการให้ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ด้วยความคาดหวังว่าในหลากแบบ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการให้นำไปบรรจุจริงๆ หรือเพียงต้องการสะท้อนความเห็นเพื่อสร้างกระแสในสังคม
เช่นเดียวกับที่สภาพัฒนาการเมืองนำเสนอความเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ มีประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งต่างจากความต้องการของกรรมการ่างรัฐธรรมนูญ นั่นคือเรื่อง “ที่มานายกรัฐมนตรี”
ดังที่ทราบกันว่าเจตนาและความต้องการของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะไม่เขียนกำหนดลงไปว่า “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” และหาวิธีการที่สลับซับซ้อนมาเพื่อรองรับความชอบธรรมจากการที่นายกฯจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้ พรรคการเมืองที่จะสมัครรับเลือกตั้งต้องเสนอบัญชีผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯรัฐมนตรีขึ้นมา 5 คน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่ามีใครบ้าง
และเมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าสภาด้วยจำนวนที่มากพอ (เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 5% ของสภาผู้แทนราษฎร) ก็มีสิทธิที่จะเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ จากชื่อใดก็ได้ในบัญชีที่ตัวเองทำขึ้น เพื่อให้สภาเป็นผู้ลงมติคัดเลือก
แต่สิ่งที่สภาพัฒนาการเมืองเสนอนั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิง โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตอนที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน พวกเขาก็เคยเสนอในทำนองเดียวกัน และไม่เพียงพวกเขาเท่านั้น ยังมีโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้าฯ ที่เหมือนเป็นมือไม้ของกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง หรือแม้แต่นักวิชาการหลายๆคนก็เรียกร้องการเลือกตั้งนายกฯ แต่สุดท้ายความเห็นนี้ก็ตกไป เช่นเดียวกับครั้งนี้เช่นกัน
หรืออย่างเรื่อง “ที่มาของ ส.ว.” ที่ เหล่าผู้เขียนรัฐธรรมนูญทั้งสองชุดพยายามหลีกเลี่ยงการเลือกตั้ง ส.ว. โดยตรงของประชาชน โดยกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันออกแบบวิธีเสียสฃับซับซ้อนและตั้งชื่อว่าระบบ “เลือกกันเอง” เป็นการเลือกตั้งภายในกลุ่มผู้สมัครและเลือกไขว้กลุม สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าไปไม่น้อย
แต่สภาพัฒนาการเมืองกลับเสนอให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องโดยมากที่ต้องการให้ ส.ว. มาจาการเลือกตั้งโดยตรง
โดย ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ระบุว้่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้ออกมาลอยๆหากแต่เอยู่บนพื้นฐานความคิดเห็นของประชาชน
จึงน่าสนว่า หากมีกระแสเช่นนี้ออกมาเรื่อยๆ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร จะเขียนกฎหมายเพื่อตามใจใครบางคนหรือตามใจเสียงเรียกร้องของประชาชน เพราะที่สุดแล้วการทำงานครั้งนี้จะเหนื่อยฟรีหรือไม่ก้ต้องขึ้นกับประชาชนที่เป็นผู้ลงประชามติในชั้นสุดท้าย
ครั้นจะคิดว่าอย่างไรก็ผ่านเพราะประชาชนคงอยากให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะหากรีบเลือกตั้งภายใต้กติกาที่มีปัญหา คนจำนวนหนึ่งก็อาจเลือกวิธีเรียกร้องกติกาอันเป็นที่ยอมรับก่อนที่จะเริ่มเดินหน้าเลือกตั้งกันอีกครั้ง





