อัยการ นำ"ชายชาวบังกลาเทศ"วัย 23 ปี ชาวประมง สืบพยานล่วงหน้าคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาปากแรก
นัดสืบพยานล่วงหน้าฝ่ายอัยการโจทก์ คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา หมายเลขดำ คม.27/2558 , คม.28/2558 , คม.29/2558 และ คม.32/2558 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายบรรจง หรือจง ปองพล จำเลยที่ 1 , นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง หรือเสี่ยโต้ง อดีต นายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 , พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 54 กับพวกซึ่งเป็นข้าราชการและพลเรือน เป็นจำเลยที่ 1 -90 ซึ่งอัยการได้ทยอยฟ้องจำเลยตั้งแต่ เดือน ก.ค.58 ในความผิด 16 ข้อหา พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4 , 6 ,9,10 ,11 ,13, 52,53/1 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2546 มาตรา 3,5 ,6, 8, 25 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522มาตรา 62 , 64พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4 ,7 , 8 ทวิ , 72 ,72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 270 , 309 , 312 , 312 ทวิ , 312 ตรี , 313 , 320 , 371 ภายหลังจากที่ได้มีการโอนคดีจากศาลจังหวัดนาทวี มาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญา เมื่อวันที่ 10 ต.ค.58 ที่ผ่านมา
โดยวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยชาย – หญิงจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ทั้ง 90 ราย มาฟังการสืบพยาน
ขณะที่อัยการโจทก์นำ ชายชาวบังกลาเทศ อายุ 23 ปี อาชีพประมง และรับจ้าง มาสืบพยานล่วงหน้าเป็นปากแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบพยานล่วงหน้าวันนี้ เป็นนัดแรก จากพยาน 3 ปาก ที่อัยการโจทก์ ได้แถลงต่อศาลขอสืบพยานล่วงหน้า
ทั้งนี้การสืบพยานล่วงหน้า ศาลได้ถ่ายทอดทีวีวงจรปิดให้ญาติและสื่อมวลชน ได้รับฟังการสืบพยานที่ห้องพิจารณา 701 ทั้งนี้เพื่อความสะดวกเรียบร้อย โดยในห้องสืบพยาน 704 คงมีเพียงตัวจำเลย พยาน อัยการโจทก์ และทนายความ ซึ่งมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ รปภ. ดูแลความเรียบร้อยบริเวณห้องพิจารณาด้วย
และในการฟังการสืบพยานล่วงหน้า ศาลได้ห้ามญาติ สื่อมวลชน บันทึกคำเบิกความและห้ามนำคำเบิกความออกเผยแพร่ ซึ่งศาลได้เขียนข้อความติดประกาศไว้ที่หน้าห้องพิจารณาคดีด้วย
โดยนาง ศศิรัศมิ์ ปราณีจิตต์ เลขานุการศาลอาญา กล่าวถึงการห้ามบันทึกคำเบิกความพยานและห้ามเผยแพร่คำเบิกความพยานว่า วันนี้ที่มีสืบพยานล่วงหน้า ศาลได้จัดให้ญาติและสื่อมวลชนเข้ารับฟังการเบิกความได้ แต่เนื่องจากห้องสืบพยาน 704 จะรองรับคนไม่เพียงพอ ศาลจึงจัดให้มีการถ่ายทอดเสียงและภาพการสืบพยานล่วงผ่านทีวีที่เปิดให้ญาติและสื่อมวลชนรับฟังที่ห้องพิจารณา 701 โดยศาลห้ามบันทึกคำเบิกความพยานและห้ามเผยแพร่คำเบิกความพยาน เนื่องจากหากพยานโจทก์ปากอื่นได้รับทราบถ้อยคำของพยานที่ได้เบิกความแล้ว จะส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อรูปคดีและอาจมีการโต้แย้งประเด็นคำเบิกความของพยานได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีกฎหมายระบุเกี่ยวกับการสืบพยานทุกคดีไว้ ห้ามพยานซึ่งเป็นฝ่ายเดียวกัน รับฟังการเบิกความเพราะจะส่งผลต่อรูปคดี ดังนั้นการสืบพยานจึงห้ามพยานที่จะต้องมาเบิกความ เข้าร่วมฟังการสืบพยาน ซึ่งคดีค้ามนุษย์นี้เป็นเรื่องที่ประชาชนและสื่อมวลชน ให้ความสนใจ ดังนั้นศาลจึงต้องย้ำเรื่องการห้ามบันทึกและห้ามเผยแพร่คำเบิกความอย่างเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการสืบพยานล่วงหน้า 3 ปากของฝ่ายอัยการโจทก์นั้น ศาลอาญาได้กำหนดนัดสืบพยาน 8 นัด คือ วันที่ 24-25 ธ.ค.นี้ , 7 – 8 ม.ค.59 และ 12 – 15 ม.ค.59





