นายกฯเชิญชวนประชาชนติดตามแถลงผลงานรัฐบาลรอบปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 -25 ธ.ค.นี้ เผยสั่งทุกกระทรวงมอบของขวัญปีใหม่เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าอีก 2 สัปดาห์ที่เหลือของปี 2558 นี้ สิ่งสำคัญที่ ตนอยากให้พี่น้องประชาชนได้ติดตามคือ ระหว่างวันที่ 23 – 25 ธ.ค.2558 จะเป็นการแถลงผลงานรอบ 1 ปี ของรัฐบาล ซึ่งจริงๆแล้ว เราแถลงไปครั้งหนึ่งแล้วในปีแรก อันนี้เป็นปีที่สอง เพื่อจะสรุปสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ในการที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน รวมทั้งชี้แจงแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตทั้งหมด ซึ่งจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นข้อเท็จจริงในเรื่องปัญหาของประเทศ กระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งในหลายๆ เรื่อง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งการดำเนินการร่วมกันแบบประชารัฐทั้งนี้รัฐบาลก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชน นักวิชาการ และผู้ที่สนใจ รวมทั้งผู้สื่อข่าว ได้ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนเสนอแนะต่างๆได้นะครับ เพื่อที่เราจะได้นำไปสู่การแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็เป็นไปตามความต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรักษากฎ กติกานะครับ เรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ช่องทางที่ถูกต้องในการที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเสนอความคิดเห็นใดๆ ก็ตามนะครับ อย่าไปเสนอในช่องทางที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดินโดยส่วนรวมนะครับ วันนี้ก็อยากให้ติดตามนะครับ การแถลงผลงาน ทั้งนนี้ ทั้งนั้นก็ในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีทุกท่าน และรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ท่านก็พร้อมที่จะชี้แจงตอบคำถามท่านได้ทุกเรื่อง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล ที่แต่ละกระทรวงเตรียมการ เพื่อ “คืนความสุข” ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนนั้น ก็จะได้ทะยอยประชาสัมพันธ์ให้ทราบ ในช่องทางต่างๆ คือของขวัญนี่คงไม่ใช่เฉพาะในปีใหม่อย่างเดียว บางอย่างก็เป็นการเริ่มต้น แล้วก็จะไปทำให้เกิดผลสำเร็จในปีหน้านะครับเป็นการเริ่มต้นโครงการสำคัญๆ ต่างๆ เพราะว่าเราก็ทำตาม Road Map มาตลอดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่จะต้องทำการปฏิรูปในปีหน้า จนกระทั่งถึงปี 60เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการทดสอบรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ – เตาปูน ณ ศูนย์ซ่อมบำรุง คลองบางไผ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ก็นับเป็นรถไฟฟ้าสายแรกนะครับ ที่เปิดประตูจากกรุงเทพฯ เข้าสู่เขตปริมณฑล ซึ่งคงจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดลงได้ สำหรับโครงการต่างๆ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีดังนี้โครงการที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในปัจจุบันมี 4 โครงการ ได้แก่ (1) สายสีม่วง บางใหญ่ – เตาปูน ที่จะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2559 (2) สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค และบางซื่อ – ท่าพระ ที่มีอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทยนะครับ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 63 (3) สายสีเขียว (ตอนใต้) ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และ (4) สายสีเขียว (ตอนเหนือ) ช่วงหมอชิต – คูคด ที่ต่อขยายจากสายสีเขียวเดิม โดยจะเปิดให้บริการปี 63แล้วก็กำลังเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา จำนวน 1 โครงการ คือ สายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี มีแผนจะเปิดให้บริการในปี 63 เป็นโครงข่ายเส้นแรกที่เชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก กับฝั่งตะวันออก ระยะทาง 21 กิโลเมตร มี 17 สถานี เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วจะสามารถเชื่อมโยงเข้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นได้อีก 4 สาย คือ สายสีแดง สีน้ำเงิน แอร์พอร์ตเรลลิงค์ และสายสีชมพู
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องรถไฟฟ้านี่เหมือนกัน ตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปให้กระทรวงคมนาคมไปปรับในเรื่องของแผนการขนส่งมวลชน ให้เต็มทั้งระบบ โดยมองความเชื่อมโยงทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นจากรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า ต่างๆ ต้องเชื่อมโยงในแนวทางการสัญจรไปมาของประชาชนในแต่ละภูมิภาค เข้าสู่ศูนย์กลาง เข้าสู่กรุงเทพฯ เชื่อมโยงไปประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมโยงไปยังประชาคมอื่นๆนะครับ ในอนาคตได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ออกแบบอันนี้ไว้ ทั้งหมด ก็จะทำทีละเส้น ทีละสายก็สิ้นเปลืองงบประมาณมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ควบคุม ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราสามารถประหยัดงบประมาณลงไปได้ ประกอบไปกับด้วย ในเรื่องของการคิดในเรื่องของแผนการกำหนดผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้า ตาม 2 ข้างทางไว้ด้วย ในการวางแผนที่จะก่อสร้างต่อไป ก็จะได้มีเงินมาชดเชยในช่วงระยะแรก ซึ่งอาจจะต้องขาดทุนรถไฟฟ้าช่วงแรกๆ ก็ขาดทุนนะครับ วันนี้ก็ดีขึ้น แต่ผมมีความต้องการว่าทำยังไง ราคาจะถูกลง ให้คนมีรายได้น้อยเขาขึ้นได้บ้าง นั่นแหละไปถึงสูตรที่ตนคิดเรื่องบัตรทำนองนั้น ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ก็คิดว่าทางกระทรวงการคลัง ก็คงจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องของมาตรการทางการเงินการคลัง ในเรื่องการช่วยเหลือ การให้บริการ เรื่องภาษี เรื่องอะไรต่างๆ ก็จะไปร่วมกันพิจารณาในเรื่องบัตรต่างๆ นั้นโดยไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แล้วก็มีชั้นความลับ
สำหรับโครงการที่เอกชนร่วมทุนกับรัฐ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมทัน PPP เป็นโครงข่ายรถไฟฟ้ารางเดี่ยว มีแผนจะเปิดให้บริการในปี 63 จำนวน 2 โครงการ คือ (1) สายสีชมพู มีนบุรี – แคราย และ (2) สายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรงสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ EIA และเกาะรัตนโกสินทร์ จำนวน 1 โครงการ ที่เป็นส่วนต่อขยายสายสีม่วงลงทางใต้ ผ่านเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญ จากเตาปูน ถึงราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 โครงการ ที่ต่อขยายสายสีส้ม สีน้ำเงิน และสายสีเขียว เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชน ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในอนาคต แล้วก็เชื่อมโยงจากการเดินทางสัญจรไปมาในการขนส่งมวลชนประเภทอื่นด้วย จากต่างจังหวัดอะไรเข้ามาเชื่อมโยงกันให้ได้ ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา ออกแบบอยู่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องการแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด ถึงแม้เราจะมีรถไฟฟ้า หรืออะไรก็ตาม ก็จะมีปัญหาเรื่องการจอดรถอยู่ดี ตนก็ได้ให้แนวทางไปแล้วว่า ลองไปหาทางดูว่า จะรวมทุนกัน หรือหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องจัดทำที่จอดรถ ให้บริการในพื้นที่ที่การจราจรติดขัด เช่นในศูนย์การค้า คือทุกรถ ทุกคนที่ขับเข้ามา ก็จะไปจอดถึงหน้าสถานที่ประกอบการธุรกิจเลย ทำให้การจราจรติดขัด จะต้องมีที่จอดรถที่มีระยะห่างเล็กน้อยนะครับ 300 เมตร บ้าง 500 เมตรบ้างเพื่อให้คนได้เดินออกกำลังกายกันบ้างก็แล้วกัน ไป-มา ก็แล้วแต่ท่านจะสมัครใจนะครับ ไม่ได้บังคับใครอยู่แล้ว เดี๋ยวจะหาว่าผมบังคับรถไปจอดลำบากอีก ทุกคนก็มีรถ อยากให้ไปถึงที่ แต่จะทำยังไงได้ การแก้ปัญหาจราจรด้วยตำรวจ ด้วยจราจร ด้วยอะไร วิธีการอื่น มันทำไม่ได้หรอกครับ เพราะว่ารถมันเยอะกว่าถนนตอนนี้ นะ ก็ต้องไปหาวิธีการแก้อย่างอื่น หาที่จอดรถมากๆ แล้วก็เชื่อมโยงที่จอดรถกับรถไฟฟ้าทีจะต้องเชื่อมต่อระยะยาวนะครับ เพราะว่ามันขาดๆ เป็นตอนๆ อย่างนี้ไม่ได้นะ มันไปไม่ถึงที่ทำงาน แล้วก็จะต้องทำยังไง ราคาจะถูกลง ต้องไปชดเชยด้วยอะไรล่ะ ด้วยการหารายได้ไหม ในสถานที่ขานตั๋ว ในสถานีต่างๆ นี่ ต้องทำทีเดียวนะ ผมว่าต้องวงแผนที่เดียว วางแผน แล้วก็ไปหาผู้ประกอบการมาร่วมทุน กับรัฐอะไรก็แล้วแต่ เพื่อให้การบริการนั้นสะดวก รวดเร็ว ประหยัด มีเงินชดเชยในการผ่อนชำระ เงินกู้ หรือเงินงบประมาณอะไรก็แล้วแต่
"ความสะดวก รวดเร็ว ต้องมีความปลอดภัยด้วย เพื่อจะลดอุบัติเหตุ ปีๆ หนึ่งเราสูญเสียคนจากอุบัติเหตุไปเป็นจำนวนมากนะครับ ทำให้สิ้นเปลือง สูญเสียงบประมาณ สูญเสียกำลังเจ้าหน้าที่ สูญเสียอะไรทุกอย่างนะครับ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกเลย ก็ต้องเริ่มกันตั้งแต่วันนี้ สำรับโครงการจัดทำข่ายการคมนาคมขนส่งและระบบ โลจิสติกส์ ที่เราจะต้องพิจารณาความเหมาะสมของ วงแหวนรอบนอก รอบใน จุดเชื่อมต่อ เราต้องมองไปข้างหน้าอีกด้วย" นายกฯ กล่าว





