วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เตรียมถก'จ่านิว'ไปราชภักดิ์อีก

กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เตรียมถก"จ่านิว"ไปราชภักดิ์อีก เปิดแถลงมธ. โต้แถลงการณ์ของการนักศึกษาที่ห้ามเคลื่อนไหว ชี้จำกัดเสรีภาพ

ที่ลานปรีดี  พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์) มีการแถลงข่าวของกลุ่มนักศึกษาธรรมศาสตร์จำนวน 4 คน ที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่(New Democracy Movement : NDM) ” ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม นายวรวุฒิ บุตรมาตร นายกรกช แสงเย็นพันธ์ และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในเครื่องแบบมาห้ามหรือร่วมสังเกตการณ์การแถลงแต่อย่างใด 

โดยกลุ่มนักศึกษาออกแถลงการณ์ตอบโต้การออกแถลงการของรองอธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายการนักศึกษา โดยแถลงการณ์ตอบโต้ระบุข้อเรียกร้องถึงผู้ออกแถลงการณ์ของการนักศึกษาว่า    ขอให้ทบทวนแถลงการณ์และออกมาขอโทษกับการออกแถลงการณ์ที่ขัดกับอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัย เพราะแม้แถลงการณ์ดังกล่าวมีถ้อยคำแสดงการสนับสนุนเสรีภาพ แสดงความรักประชาชนและห่วงใยนักศึกษา แต่ก็มีสภาพเป็นการจำกัดเสรีภาพ ตั้งเงื่อนไขการใช้เสรีภาพ เพราะจากแถลงการณ์ดังกล่าวของฝ่ายการนักศึกษาที่เรียกร้องให้นักศึกษาหยุดจัดกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัยนั้น    ตีความได้ว่าจะลดหรือยุติการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับอันตรายจากการทำกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัยใช่หรือไม่ และข้อความบางส่วนเป็นเพียงทัศนคติส่วนบุคคลของผู้เขียน ดังนั้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรใจกว้างและให้การสนับสนุนการใช้เสรีภาพแม้จะมีความเห็นต่างกันและให้การคุ้มครองนักศึกษาผู้ใช้เสรีภาพโดยสุจริต 

นายวรวุฒิ บุตรมาตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้กลุ่มตนพยายามติดต่อกับรองอธิการบดีที่ออกแถลงการณ์ แต่ยืนยันว่าพวกตนก็ยังจะทำกิจกรรมเหมือนเดิม แม้ว่านายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี จะออกมาห้ามด้วยตัวเอง ถามว่าห้ามอยู่หรือไม่ ก็ห้ามไม่อยู่หรอก เพราะว่าเหมือนช่วงที่นายสมคิดออกมาห้ามการเคลื่อนไหวกลุ่มนิติราษฎร์ก็ไม่สามารถห้ามได้เพราะมันคือจิตวิญญาณของเรา 

พร้อมกันนี้กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ยังได้เปิดตัว “หนังสือพิมพ์ก้าวหน้า” ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2558 ขนาดแท็บลอยด์(A3) ความหนา 8 หน้า ที่มีเนื้อหาหลักในประเด็นที่เชื่อว่ามีการทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่ตั้งประเด็นไว้ 5 ประเด็น รวมถึงเนื้อหาอื่นๆในเล่มที่เกี่ยวกับกองทัพและทหาร 

โดยนางสาวชลธิชา กล่าวว่า ทหารไม่ได้มีความจริงใจในการให้ประชาชนตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ มีแต่การตรวจสอบกันเองของผู้มีส่วนได้เสียในโครงการ จึงไม่อาจคาดหวังกลไกตรวจสอบของคสช.ได้ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและภาคประชาชนเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้สังคมรับทราบข้อมูลว่าใครพูดจริงใจโกหก และหากมีข้อความใดที่กลุ่มตนกล่าวเท็จก็สามารถฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งพวกตนจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว 

นางสาวชลธิชา ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ทหารสกัดและจับกุมไม่ให้กลุ่มนักศึกษาเดินทางไปยังอุทยาน   ราชภักดิ์ว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ซึ่งนอกจากทหารจะตัดขบวนรถไฟแล้ว ยังปล่อยปละเลยให้มวลชนฝ่ายตรงข้ามมาคุกคามนักศึกษา โดยไม่ได้ดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวดทั้งที่สามารถทำได้ 

ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าข้อมูลที่พวกตนเสนอไม่เป็นความจริง ก็ขอให้ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรม แต่ขอเป็นกระบวนการยุติธรรมจริงๆ ไม่ใช่ลากมาตรา 116 ขึ้นศาลทหารเพราะแบบนั้นจะเป็นคดีการเมือง ซึ่งพวกเราทุกคนพร้อมที่จะขอโทษต่อคสช.และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ยินดี อย่างไรก็ตามพวกเราขอนับถือพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่ออกมายอมรับว่ามีการทุจริตในโครงการฯจริง ซึ่งถือว่าชัดเจนที่สุดแล้ว แม้พวกตนจะเป็นปฏิปักษ์กับคสช. แต่ก็ขอนับถือที่ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมา เพราะขนาดคนของคสช.เองยังยอมรับว่ามีการทุจริต 

ส่วนกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนออกมาระบุว่ากลุ่มนักศึกษารับเงินและได้รับการสนับสนุนจากขั้วการเมืองเก่านั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอปฏิเสธเรื่องดังกล่าว เพราะกล่าวหาแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต หากถามว่าหากพวกตนรับเงินมา ถามว่าพวกตนจะมีกันจำนวนแค่นี้หรือ ทุกวันนี้พวกตนตรงไปตรงมา จัดกันตามมีตามเกิด นี่หรือคือคนที่นักการเมืองหนุนหลังและรับเงินมา และพวกเรายังเสี่ยงมากที่จะติดคุกติดตะราง ถามว่าต้องใช้เงินเท่าไรที่จะให้พวกเรายอมเสี่ยงขนาดนั้น 

“ผมต้องแลกกับการศึกษา ผมไม่สามารถสอบตั๋วทนายความได้ ถามว่าเงินเท่าไรมันถึงคุ้ม”นายรังสิมันต์ กล่าวและว่าสิ่งที่พวกตนทำเป็นหลักการ ส่วนหลักการจะไปเข้าข้างใครก็แสดงว่าคนคนนั้นทำตามหลักการแล้ว มันอยู่ตรงนี้ ที่เราทำเป็นเรื่องหลักการทั้งสิ้น 

ผู้สื่อข่าวถามถึงความเคลื่อนไหวที่จะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์อีกครั้ง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จุดยืนของพวกเราพร้อมยืนเคียงข้างนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) นักศึกษา กลุ่มประชาธิปไตยศึกษา เรามองว่าสิ่งที่จ่านิวทำไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด หลักการของเขาเป็นเสรีภาพในการเดินทางที่สากลรับรองเอาไว้ การห้ามและขัดขวางเป็นผลเสียของคนที่ห้าม

“ซึ่งขบวนการประชาธิปไตยใหม่พร้อมยืนเคียงข้างนิวตลอดไป แต่ไม่ใช่ตลอดไปในแง่ที่ว่าทุกอย่างนะครับ แต่หมายความว่าเราพร้อมยืนเคียงข้างกับจ่าเรื่องนี้ และเราก็พร้อมสนับสนุน”นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าแล้วจะไปอุทยานฯด้วยกันอีกหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรายละเอียดว่าไปวันไหน ไปด้วยกัน ไปกี่คน เป็นเรื่องของรายละเอียด แต่เรื่องของหลักการเราพร้อมยืนเคียงข้างเขา แต่ถ้าจ่านิวยืนยันว่าจะไปต่อเราก็ไม่ห้าม เพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดอะไร และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะห้าม ก็ขออวยพรให้เดินทางไปได้สำเร็จ 

“ก็จะมีการคุยกับจ่านิวอีกครั้งหนึ่งว่าการเดินทางจะเป็นวันไหนอะไรยังไง เพราะว่าต้องมีการคุยกันอีกที แต่เป็นเรื่องของรายละเอียด แต่ว่าหลักการก็จะยืนยันเคียงข้างต่อไป”นายรังสิมันต์ กล่าว 

ส่วนที่มีการจับกุมคนที่เกี่ยวข้องกับการทำผังทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าอาจจะมีการทำอะไรหรืออาจจะแชร์ในเฟซบุคที่ไม่ถูกต้อง แต่คสช.ไม่เคยชี้แจงเลยว่าที่ว่ามันไม่ถูกต้องคืออะไร เลยมองว่าการจับกุมเป็นการจับกุมที่ทำให้เขาเป็นแพะรับบาปหรือไม่ ดังนั้นหากจะดำเนินการตามกระบวนการออะไรขอให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน โดนซ้อมโดนยัดคดีหรือไม่ เราไม่มีทางรู้เลย ทนายก็ขอพบไม่ได้ คิดว่าถ้าคสช.บอกว่าเป็นผู้รักษากฎหมายก็ควรรักษากฎหมายไม่ใช่ทำตามอำเภอใจของตัวเอง 

เมื่อถามว่าจะชี้แจงอย่างไรเพราะต้นทางของแผนผังมาจากกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยืนยันว่าแผนผังเกิดขึ้นที่แรกคือแผนเพจในเฟซบุคของกลุ่ม NDM และเข้าใจว่าการจับกุมเกิดขึ้นจากแผนผังดังกล่าว แต่ปรากฏว่าอ่านข่าวแล้วไม่ใช่แค่แผนผังนั้นที่เป็นข้อกล่าวหา แต่ยังมีใบบัวปิดอุทยาน และมาตรา 112 เกี่ยวข้องด้วย จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องใดกันแน่ แต่อยากให้มีการชี้แจงว่าจับกุมด้วยเรื่องอะไรกันแน่