"ชวลิต" วอน "มีชัย" ร่างรธน.ตอบโจทย์ประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-การเมือง
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการณ์รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ว่าประชาชนห่วงปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงที่พรรคเพื่อไทยได้รับข้อมูลจากพื้นที่ว่าขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ไม่มีกำลังซื้อราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ หนี้สินครัวเรือนสูง ฯลฯ หลายครอบครัวถึงขนาดไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ต้องกู้หนี้นอกระบบมาประทังความเดือดร้อนแม้ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองจะผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ยังมีอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง คือ ระบบการเมือง การปกครองที่ไม่อยู่ในภาวะปกติ ซึ่งแม้แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจก็ยอมรับว่าเป็นปัญหา
ทั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะปรับแก้เป้าหมายการร่างรัฐธรรมนูญตามปัญหาที่ประสบอยู่จริง คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนลึกมาก และถ้าประชาชนคนไทยและประชาคมโลกไม่เห็นแววว่ากติกาจะส่งเสริมประชาธิปไตย ชนชั้นกลางที่เป็นผู้ประกอบการก็รอวันล้มละลายเป็นลูกระนาดจากปัญหาเศรษฐกิจอย่างแน่นอน อีกเพียง 3 วัน จะถึงวันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธ.ค. ถ้า กรธ.และ คสช.น้อมนำเอาพระราชดำรัสของล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ที่ได้ทรงพระราชทานไว้แก่คนไทยทุกคนมาเป็นหลักชัย หลักปฏิบัติ จักได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดีต่อสถาบันด้วยการปฏิบัติจริงและหากการนำพระราชดำรัสของล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 มาปฏิบัติจริงในการร่างรัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับการคืนอำนาจให้กับประชาชนโดยเร็ว
อย่างไรก็ตามฝ่ายเศรษฐกิจควรประเมินอย่างจริงจังว่า รับมือไหวหรือไม่กับปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจซึ่งมีมากมายทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้จะเป็นปัญหาที่หนักที่สุด ถ้าวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง ตรงไป ตรงมา แล้วยอมรับความจริง การคืนอำนาจให้ประชาชนไม่ใช่เรื่องเสียหายกลับเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติและประชาชนที่จะเข้าสู่ระบบที่สามารถเดินหน้าประเทศสอดคล้องกับประชาคมโลกได้ในภาวะที่ปัญหาเศรษฐกิจจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศ





