สหภาพฯค้านการให้ใบเหลือง-แดงขสมก. ชี้ขาดทุนมาจากนโยบายรัฐบาล พร้อมเสนอควรเร่งรัดหารถใหม่ พร้อมจัดช่องทางบัสเลน
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) นำโดยนายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงาน ขสมก. พร้อมพนักงาน ขสมก.จำนวน 40 คน เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องคัดค้านให้ใบเหลือง และใบแดง ของสคร. ให้รัฐบาลเร่งรัดจัดหารถใหม่ ผ่านศูนย์บริการประชาชน
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง เร่งรัดจัดทำแผนฟื้นฟู เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายที่ดำเนินการเองได้ทันที และให้นำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อนนำเข้าคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจขสมก.ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในวิธีการแก้ไขปัญหาโดยมีใบเหลือง ใบแดง ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งองค์การ ที่ให้บริการประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนขสมก. จึงเสนอความเห็นในการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพื่อประกอบการพิจารณาในการแก้ไขปัญหาขององค์การ ตามวัตถุประสงค์การก่อตั้งองค์การ
"สำหรับเรื่องที่จะให้พิจารณามีดังนี้ 1. รัฐบาลจะต้องเร่งรีบดำเนินการจัดหารถใหม่ เพื่อประชาชนได้ใช้บริการที่สะดวกและมีความปลอดภัย 2. รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง จะต้องรับภาระหนี้สินขสมก. ที่มีอยู่ ซึ่งขาดทุนเกิดจากนโยบายรัฐบาล มิใช่การบริหารงานที่ล้มเหลว 3. ให้รัฐบาลโดยกรมการขนส่งทางบก จัดช่องทางทางบัสเลน ในช่วงเวลาเร่งด่วน เช้า-เย็น ให้กับ ขสมก. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประสานกรมการขนส่งทางบก 4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ไม่สามารถปรับค่าโดยสารเอง ดังนั้นรัฐบาลอย่าพยายามผลักประชาชน โดยอ้างการขาดทุนของ ขสมก. มาเป็นเงื่อนไข เพื่อที่จะนำไปสู่การแปรรูปและยุบเลิก ขสมก."นายวีระพงษ์ กล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.ถนนพิษณุโลก) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.จ.)จังหวัด อุบลราชธานี นำโดยนายปรเมษฐ์ ศรีหล้า และสมาชิกคนอื่นๆ จำนวน 10 คน ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการขอให้ดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎร ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเป็นผู้รับเรื่องในครั้งนี้
นายปรเมษฐ์ กล่าวว่า จากการที่รับร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยในบริเวณที่อยู่ติดกับน้ำลำโดมใหญ่ ซึ่งบางส่วนดำรงชีพด้วยการประมงด้วยการประมงน้ำจืดขนาดเล็ก ได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินการของบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด บริษัท อุบลเกษตรพัฒนา จำกัด บริษัท อุบลไบโอก๊าซ จำกัดที่มีการดำเนินการถมดิน และก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ทับแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาของแม่น้ำลำโดมใหญ่ ทำให้แม่น้ำมีกลิ่นเหม็นและเน่าเสีย โดยประชาชนเคยร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่ได้รับการความเป็นธรรมและไม่ได้รับการแก้ไขจึงขอให้นายกช่วยเร่งรัดในการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งก่อนการมายื่นเรื่องในครั้งนี้มีการเตรียมเอกสารทุกอย่างเพื่อที่จะรายงานต่อนายกเมื่อครั้งที่นายกเดินทางมาลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 13 พ.ย 58 แต่ตนกลับถูกกีดกันไม่ให้เข้าพบ





