"ทูตสหรัฐ" พบ "ประจิน" ลั่นมะกันจะหาทางจัดการผู้ก่อการร้าย เผยผิดหวังไทยส่งผู้ลี้ภัยกลับให้จีน ทั้งที่มีพันธะสัญญาร่วมกับยูเอ็นเอชซีอาร์
ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล นายกลิน ที. เดวีส์ (H.E. Mr. Glyn T. Davies)เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพูดและหารือกับพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ถึงการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาว่า ในการมาครั้งนี้มีการปรึกษาหารือกันในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องของพลังงาน การศึกษา เทคโนโลยี เพื่อหาทางให้ประเทศไทยและประเทศสหรัฐอเมริกาทำงานไปในทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่ดีของ พล.อ.ประจิน ในการมาพูดคุยและในอนาคตก็คงจะได้มีการพบปะกันอีก
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกันในเรื่องความมั่นคงในประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ประเทศฝรั่งเศสหรือไม่ นายกลิน ที. เดวีส์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยในเรื่องของความมั่นคงหรือเหตุการณ์ที่ปารีส ซึ่งการพูดคุยได้มีการพูดคุยในเรื่องอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามประเทศสหรัฐอเมริกามีความห่วงใยต่อประเทศฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสเป็นมิตรต่อประเทศสหรัฐอเมริกามานาน โดยภายหลังจากที่ประเทศฝรั่งเศสได้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ชาวอเมริกันจำนวนมากต่างก็ได้รับความกระทบกระเทือนใจและมีความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่และสาธารณชนว่าสหรัฐอเมริกานั้นจะยืนเคียงข้างฝรั่งเศส
“ขณะนี้สิ่งที่สหรัฐอเมริกากำลังทำอยู่คือ หาทางที่จะจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย และยุติกับเหตุการณ์ร้ายๆ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐได้มีการพูดคุย ระหว่างตุรกี ฟิลิปปินส์ และกัวลาลัมเปอร์ เพื่อหาหนทางที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะ โดยเราจะต้องมีความร่วมมือกัน อีกทั้งประชาคมโลกจะทำงานใกล้ชิดกับฝรั่งเศสและยุโรป เพื่อที่จะขจัดขบวนการก่อการร้าย แม้ว่าทางกลุ่มก่อการร้ายจะพยายามกระจายความกลัวให้แก่ผู้คน เพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะ อย่างในวีดีโอที่ออกมา แต่ท้ายที่สุดเสรีภาพจะแข็งแกร่งกว่าความกลัว และจะเอาชนะให้ได้”นายกลิน ที. เดวีส์ กล่าว
เมื่อถามว่า สหรัฐฯมีความเป็นห่วงสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวจีนกลับไปยังประเทศจีนหรือไม่ นายกลิน ที. เดวีส์ กล่าวต่อว่า มีความเป็นห่วงและผิดหวังในการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ที่ส่งผู้ลี้ภัยชาวจีนกลับประเทศเนื่องจากประเทศไทยมีพันธะสัญญาอยู่แล้วกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาขาติหร่อ ยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR)องค์การที่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้ที่ถูกลิดรอนศักดิ์ศรีว่าผู้ใดก็ตามที่ลงทะเบียนเป็นยูเอ็นเอชซีอาร์ ก็จะได้รับการกระทำเยี่ยงผู้ลี้ภัย
“สหรัฐอเมริกาจึงมีความเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของยูเอ็นเอชซีอาร์ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีการลงนามในสนธิสัญญาของยูเอ็นเอชซีอาร์แล้ว ก็ควรจะปฏิบัติต่อผู้ที่ได้รับการลงทะเบียนว่าเป็นแบบผู้ลี้ภัย” เอกอัคราชทูตสหรัฐ กล่าว





