"ราเมศ"โต้"วัฒนา"ปมจำนำข้าว ยกข้อกฏหมาย ซัดพท.บิดเบือนความจริง ข้อกม.ทุกวัน หวังเบนประเด็นเป็นกลั่นแกล้ง
นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นแย้งขั้นตอนกฎหมายการดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ข้อโต้แย้งของนายวัฒนาเป็นการบิดเบือนหลักกฏหมายและเจตนารมย์กฎหมายแทบทั้งสิ้น เพราะ 1. พระราชบัญญัติความรับผิดในทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 มีเจตนารมณ์ คือควบคุมการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะทำละเมิดให้เกิดความเสียหายกับบุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ก็ต้องรับผิด กรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐทำความเสียหายให้กับงบประมาณแผ่นดิน ก็ต้องรับผิดตามหลักกฏหมายนี้ การที่บอกว่ากรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นการบิดเบือนหลักกฏหมาย อยากให้นายวัฒนากลับไปศึกษามาตรา 10 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ดี
2. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คู่กรณีกับนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มีส่วนได้เสียตามกฏหมาย ไม่เป็นปฏิปักษ์กับนางสาวยิ่งลักษณ์ เพราะทุกกระบวนการในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว เป็นกระบวนการที่เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการ มีกระบวนการยุติธรรม มีศาลในการดำเนินกระบวนการ ถ้าเป็นเช่นนายวัฒนากล่าวอ้าง ความเป็นปฏิปักษ์กับพลเอกประยุทธ์เพื่อบอกว่านี่คือกระบวนการที่ไม่ถูกต้องแสดงว่าคดีที่มีการทุจริต บริหารงานผิดพลาดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและพวกในเรื่องทุจริตก็ได้รับการยกเว้นใช่หรือไม่ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของนายวัฒนาซึ่งเป็นนักกฎหมาย
3. นายวัฒนาเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพหลักนิติธรรม แต่การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวอย่าลืมว่าเกิดจากการบริหารงานที่ขาดหลักนิติธรรมคือการไม่ปฏิบัติตามกฏหมายพลเอกประยุทธ์ดำเนินการตามกฏหมาย นี้คือหลักนิติธรรมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยพูดถึงหลักนิติธรรมมากที่สุดแต่การกระทำเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อหลักนิติธรรมมากที่สุดเช่นกันหากนายวัฒนาไปศึกษาหลักนิติธรรมให้ดี ก็จะกระจ่างว่าพรรคเพื่อไทยกับพวกและนายวัฒนาต่างหากที่ไม่ผดุงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมก็คือการไม่ยอมรับกระบวนการไม่เคารพกฎหมาย
"พรรคเพื่อไทยสลับหน้ากันออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายทุกวันเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นทุกคดีในโครงการรับจำนำข้าวเพื่อให้สังคมเข้าใจผิดว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งกันในทางการเมืองโดยไม่ได้สนใจเนื้อหาคดีแม้แต่น้อยนี่คือความถนัดของพรรคเพื่อไทย ความจริงแล้วทุกคนในประเทศ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีโครงการช่วยเหลือชาวนาซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของประเทศแต่การใช้โครงการรับจำนำข้าว เป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ทุจริต เป็นกระบวนการไม่มีใครเห็นด้วยอย่างแน่นอน งบประมาณแผ่นดินที่มีการทุจริตกันในโครงการนี้ ลองคิดดูว่าถ้านำไปสร้างโรงพยาบาล สร้างสถานศึกษาเชื่อว่าประชาชนทุกอำเภอในประเทศไทย ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล"นายราเมศ กล่าว





