วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.ลงใต้ปรับแผนเชิงรุก แฉกลุ่มก่อการร้ายเริ่มขาดทุนทรัพย์

"พล.อ.ธีรชัย" ลงพื้นที่นราฯติดตามโครงการขุดอ่าวปัตตานี ก่อนถกร่วม4จชต.ปรับแผนเชิงรุกต่อเนื่อง แฉกลุ่มก่อความไม่สงบเริ่มขาดทุนทรัพย์อย่างหนัก

ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เดินทางพร้อมคณะ ได้แก่ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก พล.อ.ชีวัน โหละบุตร ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.และ พล.อ.กิตติ อินทสร ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (1) โดยมี พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่4 พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อม ผวจ.ทั้ง4จชต.ระดับ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับ 

พล.อ.ธีรชัย ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ทั้งในด้านปฏิบัติการทางทหาร การผนึกกำลังภาคประชาชน การสลายโครงสร้างจัดตั้งของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง การสร้างชุมชนเข้มแข็ง มาตรการรักษาความปลอดภัย การทลายเครือข่ายภัยแทรกซ้อน รวมทั้งการปฏิบัติการตามแผนยุทธการ4581ตามนโยบายของ กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า 

ต่อจากนั้น ผบ.ทบ.ได้ เข้ารับฟังการชี้แจงโครงการขุดอ่าวปัตตานี ที่ห้องรับรอง ฉก.นราธิวาสก่อนเข้าประชุมร่วมกับกองกำลัง3ฝ่ายของ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลาและ4อำเภอของ จ.สงขลา ที่ห้องประชุมของ ฉก.นราธิวาส โดยเป็นการประชุมลับ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

มีรายงานว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมของสถานการณ์ในห้วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่9ต.ค.58ถึงปัจจุบัน ซึ่งพบว่าสถานการณ์ความรุนแรงลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ประมาณ70-80%สังเกตได้จากภาพรวมของเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ปั้มน้ำมันใหม่ๆที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องอีกทั้งฝ่ายตรงข้ามถูกสลายโครงสร้างค่อนข้างมาก จึงเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วนมากกว่าการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สำคัญพบว่าขณะนี้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงขาดเงินสนับสนุน จึงได้ใช้แนวทางภัยแทรกซ้อนเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ค้าของเถื่อนและยาเสพติดเข้ามาเป็นตัวหนุน แต่ยังถูกเจ้าหน้าที่รัฐทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน 

นอกจากนี้ในห้องประชุมยังได้มีการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของกองกำลัง3ฝ่ายใน7กลุ่มงานหลักและโครงการต่างๆของ กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าและ ศอ.บต. ซึ่งพบว่าสามารถที่จะดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนระดับรากหญ้าให้ดีขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน สำหรับในส่วนของการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่4จชต.ล่าสุดมีจำนวน6,665ตัว เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยในยามที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ได้

หลังจากรับฟังบรรยายสรุปแล้วเสร็จผบ.ทบ.ได้มอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติงานให้แก่กองกำลัง3ฝ่ายเพื่อให้การบูรณาการการปฏิบัติเป็นไปอย่างสอดคล้องและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะนำไปสู่ความสันติสุขในพื้นที่แบบยั่งยืนต่อไป