สปท.เตรียมทำแผนปฏิรูปตามคำสั่งนายกฯภายใน 30 วัน พร้อมรับรองรายชื่อกมธ.ขับเคลื่อนด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต 21 คน
นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ และพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ โฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมกันแถลงถึงแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการสปท. ว่า ขณะนี้ขั้นตอนการทำงานของสปท. เข้าสู่โรดแม็ปเลข 1 ตัวที่ 2 ตามสูตร 1+1+18 ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) แต่ละด้านต้องไปดำเนินการทำแผนปฏิรูปเพื่อมาเสนอต่อสปท. ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. ถึงวันที่9 ธ.ค.นี้ ซึ่งร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสปท. ได้กล่าวถึงแนวทางการทำแผนการปฏิรูป คือ 1.แผนการปฏิรูปจะต้องเป็นเรื่องที่ กมธ.เห็นว่าเป็นเรื่องสมควรปฏิรูปโดยคำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิ์ผล ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 39/2 รวมถึงจะต้องระบุปัญหาต่างๆที่จะต้องมีการปฏิรูป 2.วิธีการปฏิรูป กมธ.จะต้องวิเคราะห์จัดทำแนวทางเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปและแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อหนึ่ง 3.กำหนดเวลาการปฏิรูป จะต้องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนไว้เป็น 3 ระยะ ตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร.0404/13183 เรื่อง ดำรินายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอภิปรายทั่วไปเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน 4.แหล่งที่มาของงบประมาณ ในกรณีที่จะต้องใช้เงินงบประมาณในการปฏิรูป โดยกมธ.จะต้องเสนอแหล่งที่มาของเงินงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และ 5.หน่วยงานที่รับผิดชอบ กมธ.จะต้องเสนอในรายงานเรื่องที่จะปฏิรูปนั้นๆ ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
"ต้องเข้าใจให้ตรงกันวันแนวทางการทำแผนการปฏิรูปเป็นไปตามหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหมายความว่ากมธ.ทั้ง 11+1 ด้าน ต้องมีแผนงานที่เป็นวาระเร่งด่วนสำหรับการปฏิรูปที่ต้องทำในรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งต้องทำแผนงานในระยะยาวเพื่อมอบให้กับรัฐบาลชุดต่อไปมารับช่วงต่อ"นายคำนูณ กล่าว
ด้านพญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับรองรายงานของคณะกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองการดำรงตำแหน่งกมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน21คน โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธาน และ รายชื่อกมธ.อาทิ นายกษิต ภิรมย์ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นายธวัชชัย ไทยเขียว นายอนุสิษฐ คุณากร และ นายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นต้น ซึ่งการทำงานของกมธ.ชุดนนี้จะเน้นการขับเคลื่อนใน 3 เรื่อง คือ1.การปลูกฝังจิตสำนึก 2.การป้องกัน และ 3.การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น





