"ประยุทธ์"ยอมรับปฏิเสธประชาธิปไตยไม่ได้ แต่ต้องเรียนรู้จะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรในอนาคต และต้องเป็น"ประชารัฐ"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบริเวณบ้านยางกระเดาต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีประชาชนมารอต้อนรับกว่า 2,000 คน โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้อย่าถือว่ามาต้อนรับตน แต่ให้ถือว่ามาแสดงความร่วมมือ ร่วมใจเพื่อเดินหน้าประเทศร่วมมือกันให้เป็นประชารัฐ
"วันนี้มีคนเข้ามาใกล้ๆตนเข้าใจว่าชื่นชอบ แต่ไม่ใช่ เขามาดูป้ายทะเบียนรถที่ตนนั่งมา ซึ่งส่วนตัวไม่สนับสนุนให้เล่นหวย แต่เข้าใจว่าหวยเป็นความหวังของชาวบ้าน แต่สิ่งที่ตนและรัฐบาลทำคือความจริงว่าจะทำอย่างไรให้มีอาชีพและมีรายได้ที่พอเพียง ไม่หลงใหลในสิ่งสวยงาม หรือทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่เจอพี่น้องประชาชนในจุดที่กำลังจะขุดลอกเป็นพื้นที่เก็บน้ำให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลทำตนพูดแบบนี้มาตั้งแต่เดือนพ.ค.57 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว เวลาของรัฐบาลและคสช.ก็เหลือน้อยลงทุกที ซึ่งเราไม่ต้องการจะฝืนวิถีทางของประชาชน แต่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนการทำงานต้องมีความเชื่อมโยงกันและกัน และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วน ทั้งรัฐบาล ซึ่งอยู่ในระบบบน ข้าราชการต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องขับเคลื่อนในระบบล่างหรือระดับปฏิบัติ และคสช.ก็มาช่วยขับเคลื่อนให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ไม่ได้ต้องการรังแกใคร วันนี้รัฐบาลรับทราบทุกปัญหา และพยายามหาทางแก้ไข ซึ่งสิ่งที่ต้องการคือความเข้าใจ และถ่ายทอดสิ่งที่เราคิด เพราะตอนนี้เรามีแต่ความหวังแต่ไม่มีวิธีการมันก็ไปไม่ได้ แก้ปัญหาไปก็เสียเวลาเปล่า เพราะปัญหามันทับซ้อนกันหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปฏิเสธประชาธิปไตยไม่ได้ แต่เราต้องเรียนรู้ว่าจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรในอนาคตและต้องเป็นประชารัฐ เชื่อมโยงการทำงานทั้งรัฐบาล ประชาชน ภาคเอกชนและเอ็นจีโอ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นสังคม เป็นพื้นที่แผ่นดินเดียวกัน ซึ่งเราต้องภูมิใจในผืนแผ่นดินที่เป็นอิสระจากอาณานิคม จึงต้องนำความภูมิใจตรงนี้มาสร้างความเข้มแข็งไม่ใช่ทำลาย และต้องเอาประวัติศาสตร์มาเรียนรู้และเดินหน้าต่อไป เพราะหากมัวแต่สงสัยหรือจมอยู่ในประวัติศาสตร์ก็เดินหน้าไปไม่ได้ ต้องนำมาเป็นบทเรียน ซึ่งที่ผ่านมาคือความขัดแย้ง ถือเป็นประสบการณ์และวันนี้รัฐบาลเข้ามาเพื่อแก้ไขสิ่งเหล่านั้นและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงปี 60
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า และหลังปี 60 ก็คืออนาคตที่จะต้องทำเพื่อลูกหลานว่าจะอยู่อย่างไร จะยากจนแบบพ่อหรือปู่ ย่า แบบนี้ต่อไปไม่ได้ วันนี้ต้องปรับทุกอย่างให้ดีขึ้น จะหวังกลับไปที่เก่าไม่ได้ เพราะที่ดำเนินการมาทั้งหมดเป็นภาระที่ต้องทำต่อทั้งสิ้น โดยวันนี้เป็นการปฏิรูปแล้วในระยะที่ 1 ต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด สร้างความเป็นประชารัฐให้ได้ เหมือนเนื้อเพลงชาติไทย และเพลงชาติไม่ได้ระบุว่า รวมเลือดเนื้อเป็นประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่านำมาปนกัน ประชาธิปไตยต้องเป็นสากล แต่ก็ต้องมีการปรับให้เหมาะกับสังคมไทยด้วย เหมือนการตัดเสื้อที่วัดตัวคนอื่น แล้วเอามาใส่กับตัวเรามันก็ไม่พอดี เสื้อตัวเดียวจะใส่กันทุกคนไม่ได้ การเป็นประชารัฐได้จะต้องมีความรู้และเรียนรู้ว่าจะอยู่อย่างไร ร่วมมือกันอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก อย่าให้ใครมาชักจูง
"ผมก็ไม่เคยชักจูงให้ใครมารัก มาชอบ เพราะยิ่งเกลียดผม ผมก็ยิ่งรัก และคนที่เกลียดผม อาจเพราะไม่เข้าใจ เว้นแต่คนที่พยายามไม่เข้าใจ แต่ต้องมีกรอบกติกา และรัฐบาลพยายามทำเพื่อประชาชน ไม่บังคับใคร ยกเว้นคนที่ทำผิดกฎหมาย"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้จะพึ่งพาเฉพาะเกษตรกรรมอย่างเดียวไม่ได้ เพราะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จึงต้องสร้างความเข้มแข็งภายในให้เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช ไม่ใช่ว่ารัฐบาลห้ามไม่ให้ทำอะไรเลย ไม่มีอันจะกิน แต่ทุกคนมีหน้าที่ดูแลประเทศไทยร่วมกัน โดยรัฐบาลก็เหมือนพ่อ แม่ ที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงลูก ซึ่งต้องดูแลคนทั้ง 70 ล้านคน ไม่ใช่ว่าไม่ใช่พวกแล้วไม่ดูแล เมื่ออาสามาเป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องดูแลทั้ง 70 ล้านคนทั่วประเทศ ในส่วนเอ็นจีโอ รู้ดีว่าพวกเขามีหน้าที่ แต่อย่าลืมว่าทุกคนต้องมีหน้าที่ดูแลประเทศด้วย จะเลือกทำอย่างหนึ่ง ไม่ทำอีกอย่าง หรือขัดขวาง ทำให้เกิดความขัดแย้งนั้นไม่ได้ และต้องไม่มีปัญหากับประชาคมโลก วันนี้ขออย่าให้มีการยุยงปลุกปั่น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้มีการยื่นหนังสื่อร้องเรียนจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไม่ยาก แต่ก็แก้ไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน จึงเดินหน้าต่อไม่ได้ เราต้องทำเรื่องที่ง่าย ทำเรื่องใหญ่ลดให้เล็กลง รวมถึงเรื่องการปรองดองที่จะต้องทำเรื่องง่ายก่อน จะแก้ไขทั้งหมดเลยไม่ได้ ทะเลาะกันเป็นสิบเรื่องจะให้เลิกกันไปไม่มีทาง แต่กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย อย่าใช้วิธีหยวน ยังไงก็ได้ อย่าให้ใครบิดเบือน
"ปัญหาใหญ่ของบ้านเราคือ การเมือง การเป็นประชาธิปไตย ซึ่งผมไม่ได้ปฏิเสธ และพยายามทำให้เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ให้ได้ จะได้ไม่ต้องมาเจอพวกผมอีก ถึงแม้วันนี้อากาศจะร้อน แต่สิ่งที่ร้อนที่สุด คือ ร้อนใจว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ และไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ผิดถูกต้องว่ากันตามกฎหมาย ทำผิดก็ต้องติดคุก เพราะกฎหมายเป็นความเท่าเทียมอย่างแท้จริงบนโลกใบนี้ แต่ความเท่าเทียมอื่นๆ ต้องมาจากผู้บริหารราชการแผ่นดิน ที่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ไปด้วยกันได้ ถ้าทุกคนฟังผม และคิดตามก็จะเข้าใจปัญหาของประเทศ และทุกอย่างก็จะมีคำตอบทั้งสิ้น วันนี้ผมกำลังสร้างอนาคตและทำปัจจุบันให้ดีก่อน ขออย่าเอาอดีตมาตีกับสิ่งที่ทำใหม่ เพราะจะนำไปสู่จุดสุดท้ายคือไม่มีใครได้อะไรเลย ไม่อยากให้มีใครติดคุกอย่างกรณีที่มีการตัดสินให้จำคุก 13 ปี เพราะไปเยี่ยมศาลากลางจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคนที่นำมาไม่เคยติดคุก มีแต่ประชาชน ถ้าไม่โดนวันนี้วันหน้าก็ต้องโดน ถ้าไม่มีกฎหมายประเทศนี้ก็ไม่มีความสุข ใครจะทำอะไรก็ลองดู จะทำได้หรือเปล่าวันนี้งบประมาณบูรณาการจังหวัดเพิ่มขึ้นทั้งหมด เพื่อให้ไปทำเรื่องใหม่ๆตามที่ตนพูด เพราะถ้าทำตามของเก่านั้นไปไม่ได้เพราะมันติดกับดักเดิมๆ"นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อย่าเชื่อใครที่พยายามบิดเบือน เพราะตนไม่เคยโกหก ทหารโกหกไม่ได้ ทหารคนที่ไม่ดีก็ไม่ดี คนละคน คนละเรื่อง อย่าเอามาเหมารวมว่าเลวทั้งหมด ผมยังไม่เคยเหมารวมว่าใครเลว อยู่ที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่ วันนี้ต้องฟัง และคิดอย่างมีเหตุผลว่าจะเชื่อหรือไม่และต้องดูว่าจะมีส่วนร่วมอย่างไร ส่วนสื่อก็ขอร้องฟังได้ อ่านได้ แต่ต้องมีเหตุผล ยืนยันว่าประชาธิปไตยก็ต้องเป็นประชาธิปไตย มันก็เป็นไปตามโรดแมปอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่ดูแลคนทั้งหมด ไม่ใช่ดูแลเฉพาะกลุ่มที่มาดูแล ท่านก็รู้อยู่ อย่าให้คนแบบนั้นกลับเข้ามาอีก ผมไม่พูดว่าใคร คนดีก็เยอะ ส่วนคนที่บอกว่าจะดูแลบ้านท่านอย่างเดียว คนนั้นมันใช้ไม่ได้ ต้องดูแลบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้จะมีใครประท้วงตนหรือไม่ ถ้าจะมาประท้วงก็มา ตนจะได้อธิบายให้เข้าใจเพราะตนทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว และตนก็เป็นลูกอีสาน เพราะเกิดที่โคราช ไม่ทำร้ายคนอีสานอยู่แล้ว มีแต่จะทำอย่างไรให้ดีขึ้นและคนประเทศด้วย





