วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปธ.สนช.เผยผลสอบโครงการสร้างรัฐสภาช้า เหตุเป็นไปตามเอกชนร้อง

"พรเพชร"เผยผลสอบโครงการสร้างรัฐสภาช้า เหตุเป็นไปตามเอกชนร้องเรียนทั้งความล่าช้า ขนดินบริจาคไปขาย ชี้จำนวนวันขยายสัญญาต้องเพิ่มให้เหมาะสม

จากกรณีที่บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ฐานะผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทำหนังสือร้องเรียนต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้ตรวจการกระทำของผู้มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพราะพบปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของงานโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และสร้างความเสียหายแก่บริษัทซิโน-ไทยฯ ทำให้นายพรเพรช ต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า โดยมีนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานกรรมการขึ้นเมื่อวันที่5ต.ค.58และกำหนดให้สอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน30วัน คือสิ้นสุดเมื่อวันที่5พ.ย. แต่ด้วยเอกสารและรายละเอียดของการตรวจสอบที่มีจำนวนมาก ทำให้นางวรารัตน์ ขอต่อเวลาตรวจสอบออกไปอีก15วัน ทำให้จะครบกำหนดการตรวจสอบ ในวันที่ 20 พ.ย. นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่11พ.ย. นายพรเพชร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ที่มีนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นประธานคณะ ว่าตนยังไม่เห็นรายงานกรณีดังกล่าว แต่ทราบเบื้องต้นว่าผลของการพิจารณานั้นมีความไม่ถูกต้องตามคำร้องของบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ฐานะผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทำหนังสือมาถึงตนเพื่อให้ตรวจสอบ ทั้งกรณีความล่าช้าของการดำเนินโครงการเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่มีอำนาจกระทำการแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และปัญหาของการนำดินที่ต้องนำไปบริจาคให้กับองค์กรที่ร้องขอไปขาย ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดต้องรอผลการตรวจสอบที่จะเสนอตนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นของการขยายสัญญาว่าจ้างโครงการฯ ที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาต่อสัญญาที่จะสิ้นสุดการว่าจ้างในวันที่24พ.ย.นี้ ประธานสนช. กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตน ต้องให้ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณา ส่วนกรณีจะขยายสัญญาตามข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบชุดเก่า ที่มติขยายให้287วัน หรือขยายสัญญาตามการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ชุดใหม่ ที่มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นประธานคณะกรรมการ ที่ให้เพิ่มจากมติชุดเก่าอีก100วัน รวมเป็น387วันหรือไม่นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของหน่วยงาน แต่กรณีที่เกิดขึ้นซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ดำเนินโครงการรัฐสภาล่าช้า เพราะหน่วยงานได้ดำเนินการ จำเป็นต้องพิจารณาให้เกิดความเหมาะสมกับประเด็นที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีผลสอบข้อเท็จจริงกรณีการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้าที่มีรายงานเบื้องต้นว่าเป็นเพราะความล่าช้าของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นเพราะทางกรรมการตรวจสอบฯ ไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงให้รอบคอบและทุกด้าน และถูกตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่เกิดขึ้นเอื้อผลประโยชน์ให้กับเอกชนอย่างชัดเจนโดยความร่วมมือของผู้มีอำนาจในฝ่ายการเมืองของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งนี้ได้สร้างวิตกด้วยว่าเมื่อผลสอบออกมาโดยกล่าวโทษสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อาจเป็นมูลเหตุที่ทำให้เอกชนนำไปเป็นประเด็นฟ้องร้องค่าเสียหายต่อส่วนราชการได้ในอนาคต

รายงานข่าวจากรัฐสภาถึงกระบวนการพิจารณาต่อสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบก่อนจะสิ้นสุดสัญญา ในวันที่24พ.ย. นี้ ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2555กำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบ ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ล่าสุดมีข่าวแจ้งว่าคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ที่มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นประธานกรรมการ ได้นำเสนอรายละเอียดต่อนางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล รองเลขาธิการสภาฯ ซึ่งรักษาราชการแทนเลขาธิการสภาฯ แล้ว โดยมีข้อเสนอให้ขยายสัญญาว่าจ้างต่อไปอีก387วัน นับจากวันสิ้นสุดสัญญา ที่24พ.ย. นี้ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวถือว่ามีบทเปลี่ยนแปลงจากข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ชุดที่มีนายวีระพันธุ์ มุขสมบัติ รองเลขาธิการสภาฯ เป็นประธาน ที่เสนอตัวเลข287วัน

กรณีดังกล่าวนั้นนางสายทิพย์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียด และระบุผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนหน้าห้องว่าขอให้สอบถามไปยังนายสรศักดิ์

ทางด้านนายสรศักดิ์ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดและขอให้สอบถามกับทางนายสายทิพย์เพราะถือเป็นดุลยพินิจตรงของนางสายทิพย์ ทั้งนี้ได้ระบุว่าตัวเลขที่เสนอไปนั้นไม่ว่าจะคิดตัวเลขออกมาอย่างไร ก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ยืนยันว่าข้อเสนอช่วงเวลาต่ออายุสัญานั้นเป็นไปตามที่บริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการ ในนามกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงานCAMAนำเสนอ

รายงานข่าวจากคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ แจ้งว่าสำหรับกระบวนการการพิจารณาขยายวันต่อสัญญา ที่กรรมการตรวจการจ้างฯ ชุดใหม่ มีมติให้เพิ่ม387วันนั้น ถือว่าไม่มีความรอบคอบและไม่เป็นไปเพื่อรักษาประโชน์ของทางราชการ เพราะคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ได้ใช้เวลาประชุมเพียง2ครั้ง และบุคคลที่ร่วมหารือนั้นไม่เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญต่อโครงการก่อสร้างอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังพบพิรุธด้วยว่ คณะกรรมการตรวจการจ้างฯ ที่มีนายสรศักดิ์ เป็นประธานนั้นได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่4พ.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนั้นในช่วงวันที่4 – 6พ.ย. ที่ผ่านมาพบการเปลี่ยนตัวกรรมการฯ และตั้งกรรมการเพิ่ม จำนวน2ครั้ง โดยครั้งแรกเป้นการเปลี่ยนตัวกรรมการจำนวน3คน ในกรรมการทั้ง10คนออกจากตำแหน่ง

ทั้งที่กรรมการจำนวน3คนนั้นมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำโครงการรัฐสภาแห่งใหม่ และเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจการจ้างฯ ชุดเก่า ที่มีนายวีระพันธ์ เป็นประธานกรรมการฯ และล่าสุดเมื่อวันที่6พ.ย. ได้ตั้งกรรมการเพิ่มจำนวน2คนที่ไม่มีความรู้และเชี่ยวชาญงานที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ มาตั้งแต่ต้น ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงจำนวนวันที่ขยายสัญญาให้กับบริษัทเอกชน เนื่องจากมีแรงกดดันจากผู้มีบารมีที่ร่วมมือกับนักธุรกิจที่มีอำนาจในยุครัฐบาลของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่พิจารณาถึงผลประโยชน์ของราชการเป็นปัจจัยสำคัญ