ผบ.ตร.ระบุสำนวนคดีม.112 เกือบสมบูรณ์ 100% ใช้ตำรวจชุดเดิมตามตัว"พ.อ.คชาชาต" ยันการสอบสวนยังไม่ถึงอุทยานราชภักดิ์
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงหาผลประโยชน์ความผิดตามมาตรา 112 โดยมี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. รอง ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมประชุมให้ข้อมูลด้วย
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้(10 พ.ย.)เป็นการประชุมเร่งรัดในคดีการแอบอ้างสถาบันฯเรียกรับผลประโยชน์ตามมาตรา 112 ในส่วนของ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ"หมอหยอง" นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท เลขานายสุริยัน และ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ"สารวัตรเอี๊ยด" อดีต สว.กก 1 ปอท. ซึ่งเป็นไปตามที่ตนได้กำหนดเวลาเอาไว้ภายใน 3 สัปดาห์ โดยต้องมารายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีและส่งสำนวนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 12 พ.ย.นี้ จึงได้มีการเเรียกมาประชุมดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต.ปรากรม และ นายสุริยัน ผู้ต้องหาในขบวนการแอบอ้างสถาบันฯหาผลประโยชน์ซึ่งเสียชีวิตในเวลาไล่เรี่ยกัน จะส่งผลกระทบหรือไม่อย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า กรณีดังกล่าวไม่มีปัญหาต่อการสืบสวนสอบสวนทางคดีแต่อย่างใด ไม่ต้องกังวล
ผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่าเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ต้องหาที่เสียชีวิตเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วหรือไม่ และมีการซัดทอดถึงใครอีกหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ จึงบอกว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหาไปหมดแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตามที่ตามที่ตนเคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า คำให้การของผู้ต้องหาตามกฎหมายนั้นไม่สามารถรับฟังได้ คือใช้ประโยชน์ไม่ได้อยู่แล้ว เช่น หากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก็ถือเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเอง หากผู้ต้องหาปฏิเสธก็เป็นโทษแก่ตัวเขาเองทั้งนั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า คำให้การของผู้ต้องหานั้นมีน้ำหนักหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตอบว่า มีอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่สามารถออกหมายจับให้แน่นอน แต่ขณะนี้ในสำนวนคดียังไม่มีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้เพิ่มเติม ซึ่งมีเท่าที่รายงานให้กับ ผบ.ตร. รับทราบไปเท่านั้น
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 คน หัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนคดีแอบอ้างสถาบันฯ ม.112 กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่า หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายทุกราย ซึ่งเรื่องนี้ทาง ผบ.ตร. ก็ได้กำชับเอาไว้แล้วว่าให้ดำเนินการทุกกรณี
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวเสริมว่า ขณะนี้สำนวนของคดีมีความคืบหน้าไปมาก เกือบจะ 100 %แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดทางด้านเอกสารเท่านั้น นอกนั้นก็ครบถ้วนหมดแล้ว และจะมีการสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการได้ในเร็วๆนี้
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า นอกจากคดีตาม ม.112 แล้ว จะมีการขยายผลเพิ่มเติมไปยังกรณีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ บอกว่า ขณะนี้เป็นเพียงการดำเนินคดีในส่วนของการแอบอ้างสถาบันฯ หาผลประโยชน์ของผู้ต้องหาในชุดแรกเท่านั้น ยังไม่ได้ขยายผลไปถึงส่วนอื่นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีการออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือ เสธ.โจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 (ฝสธ.ทภ.3) พล.ต.ท.ศรีวราห์ อธิบายว่า ผู้ต้องหารายนี้ทางพนักงานสอบสวนเพิ่งจะได้รับคดีมาเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง จึงต้องรอการตรวจสอบขยายผลต่อไป
เมื่อถามต่อว่าตอนนี้ตำรวจพบเบาะแส พ.อ.คชาชาต ว่าหลบหนีไปประเทศใดแล้วหรือยัง และจะต้องมีการตั้งชุดติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ชุดเดิมที่มีอยู่น่าจะเพียงพออยู่แล้ว แต่ถ้าหากไม่พอทาง พล.ต.ท.ศรีวราห์ คงร้องขอมาเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการแบ่งกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหาก็เป็นหน้าที่ของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ และ พล.ต.ต.ฐิติราช ที่ต้องมีการแบ่งงานกันทำอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า กรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีออกไปต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบเพียงสั้นๆว่า เรื่องนี้ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่





