วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯลงพื้นที่ตรวจบ่อขยะภูทับเบิก พบตกค้างกว่า15,000ตัน

ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจบ่อขยะภูทับเบิก พบตกค้างกว่า15,000ตัน

นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ภูทับเบิก เพื่อไปตรวจดูบ่อขยะบริเวณท้ายหมู่บ้านทับเบิก หมู่ 14 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า โดยมีนายสมบูรณ์ ศรีธรรม นายก อบต.วังบาลนำตรวจสอบ หลังจากที่มีขยะจากนักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ราว 15,000 ตัน

ทั้งนี้ นายบัณฑิต ได้ประกาศดีเดย์วันที่ 11-13 พ.ย.นี้ เพื่อจะลดปริมาณขยะบนภูทับเบิกให้ได้มากที่สุด โดยการระดมขยะจากหน่วยงานต่างๆตั้งแต่ อบจ.และหน่วยงานท้องถิ่นรวมทั้งกองพลทหารม้าที่ 1 ราว 21 คัน ขนขยะลงจากภูทับเบิก เพื่อไปทิ้งที่บ่อทิ้งขยะของเทศบาลเมืองหล่มสัก จากนั้นจะมีภาคเอกชนขนย้ายไปต่างจังหวัดเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงพลังงาน

สำหรับสภาพบ่อขยะท้ายหมู่บ้านทับเบิก ที่นายบัณฑิต พร้อมคณะเดินทางไปตรวจดู ปัจจุบันยังมีรีสอร์ตนำขยะมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง โดยขยะจะถูกทิ้งกองไว้ ที่บริเวณรอบปากบ่อ ซึ่งยังไม่มีการกวาดกองขยะลงไปภายในบ่อ ในขณะที่อบต.วังบาลได้นำแผ่นแสลนสีเขียวมาตั้งปิดรอบกองขยะ เพื่อป้องกันสัตว์เข้าไปคุ้ยเขี่ยและไม่ให้เกิดภาพความอุจาด

ส่วนความคืบหน้า เรื่องการตรวจสอบอาคารบ้านพักรีสอร์ตบนภูทับเบิก ซึ่งเป็น 1 ในมาตรการ ตามโรคแมปของแอ็คชั่นแพลนภูทับเบิก 3-8-8 ซึ่งนายบัณฑิต กล่าวว่า จากข้อมูลในชุดแรก มีแค่เพียง 62 รีสอร์ต แต่ไปตรวจจริงๆพบ มีงอกขึ้นมาอีกเป็น 80 รีสอร์ต โดยยังไม่รวมอีก 18 แห่ง ที่ติดเรื่องคดี ฉะนั้นหากดูตัวเลขจริง ขณะนี้จำนวนรีสอร์ตมี 98 แห่ง โดยมีงอกขึ้นตลอดเวลา เพราะเดือนธันวาคม จะมีการท่องเที่ยวขนานใหญ่ และบ้านที่รีสอร์ตสร้างขึ้นจะเป็นแบบน๊อคดาวน์สามารถเคลื่อนย้ายมาติดตั้งได้ทันที และมีความรวดเร็ว

ด้านนายอดิเรก วัฒนาอุดมชัย โยธาธิการและผังเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าของรีสอร์ตบ้านสำเร็จรูปทรงกลม ราวหลังละ 60,000 บาท แต่หากเป็นบ้านที่มีรูปทรง และมีห้องน้ำในตัว ก็อยู่ราวหลังละ 140,000 บาท ส่วนผลการตรวจอาคารได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว สรุปเมื่อวันที่ 4 พ.ย.เข้าตรวจสอบจำนวน 80 ราย ไม่รวม 18 ราย ที่ถูกดำเนินคดีถึงที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับอาคารที่ตรวจสอบ จำนวน 656 หลัง เป็นจำนวนห้องพักและร้านอาหารจำนวน 781 ห้อง มีคำแนะนำให้รื้อถอน เนื่องจากโครงสร้างไม่มั่นคงแข็งแรง หรือที่ตั้งไม่เหมาะสมจำนวน 70 หลัง แนะนำให้ปรับปรุงอาคารจำนวน 120 หลัง แนะนำด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย จำนวน 34 หลัง