วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกรัฐมนตรีสั่ง 3 กระทรวงดูแลวิกฤติน้ำ

"พล.ต.สรรเสริญ" เผย นายกรัฐมนตรีสั่ง 3 กระทรวงดูแลวิกฤติน้ำ หลัง 4 เขื่อนหลักน้ำน้อย ใช้ให้ได้ถึง เดือน ก.ค.59 เท่านั้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำใช้การได้ของ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีจำนวนทั้งสิ้น 4,157 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศน์ในช่วงฤดูแล้งหน้า คือนับตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนกรกฎาคม 2559 จำนวน 3,500 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น จะมีปริมาณน้ำเกินไว้สำหรับบริหารความเสี่ยงหากเกิดความต้องการน้ำกรณีฉุกเฉินใน 4 เขื่อนหลักดังกล่าวอีก 657 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม พบว่า นอกจากมีเกษตรกรบางส่วนได้พยายามจะสูบน้ำไปใช้เพื่อทำนาปรังแล้ว ยังพบอีกด้วยว่ามีแม่น้ำสายหลักบางสายในพื้นที่ภาคกลาง เช่น แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองสาขา เกิดภาวะเน่าเสียและมีปลาตาย เนื่องจากมีการทิ้งสิ่งปฎิกูล มีการระบายน้ำเสียจากพื้นที่เกษตรกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แม่น้ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นที่จะต้องปล่อยน้ำจากเขื่อนที่อยู่บริเวณต้นน้ำในปริมาณที่มากกว่าปกติเพื่อผลักดันน้ำเสียออกทะเลทำให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อนดังกล่าว

“ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงอุตสาหกรรม(อก.)กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) ไปบูรณาการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ให้กระทบต่อปริมาณน้ำในเขื่อนให้น้อยที่สุด รวมทั้งตรวจสอบมาตรฐานในการบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมก่อนปล่อยออกสู่พื้นที่สาธารณะตลอดจนสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำและใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย หรือแม่น้ำสายอื่น ๆ ไม่ให้เกิดการเน่าเสียในลักษณะเช่นนี้อีก ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพน้ำ หลีกเลี่ยงการทิ้งสิ่งปฏิกูลทุกชนิด เพื่อจะได้ไม่ต้องเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนผลักดันน้ำเสีย ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภคและการรักษาระบบนิเวศน์ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่คาดว่าจะรุนแรงมากกว่าปกติ” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว