รัฐบาลรับเรื่องเยาวชนให้ดำเนินคดี"ฟิลิปมอร์ริส" หลังเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชนถึง"ประยุทธ์"
นางสาวจิราภรณ์ กมลรังสรรค์ แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน นักเรียน นักศึกษาจากหลายสถาบัน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือ โดยกลุ่มเยาวชนเดินทางมาวางพวงหรีดที่มีชื่อบริษัทฟิลลิป มอร์ริส(ไทยแลนด์)ลิมิเต็ด และให้กำลังใจรัฐบาลในการต่อสู้ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว
นางสาวจิราภรณ์ กล่าวว่า ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีกับ บริษัทฟิลลิป มอร์ริสฯ ผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร่ และยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม จากประเทศฟิลิปปินส์ ตามคดีพิเศษที่79/2549กรณีหลบเลี่ยงภาษีบุหรี่มากกว่า 68,000 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2546-2550 จนที่สุดสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.)มีคำสั่งเด็ดขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้12 ราย ที่มีกระแสข่าวว่าบริษัทรายนี้ ทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และให้กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เดินทางเข้าหน่วยงานต่างๆเพื่อไม่ให้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งยังอ้างว่าเป็นการปฏิบัติที่ขัดกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก(WTO) โดยท่าทีล่าสุดของรัฐบาลภายหลังเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีคำสั่งฟ้องโดยสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เตรียมนัดผู้ต้องหาในคดีนี้มาพบในวันที่ 25 พ.ย.นี้
" ธุรกิจบุหรี่ข้ามชาติรายนี้พยายามแทรกแซงนโยบายรัฐ กดดันรัฐบาลด้วยอ้างกลไกการค้าโลก และยังทุ่มทุนจ้างกลุ่มล็อบบี้ยิสต์เข้ามาปฏิบัติการในเมืองไทย ทำให้รัฐบาลไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล เครือข่ายมองว่าพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี มูลค่าสูงขนาดนี้ถือเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศ ดังนั้นเครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณา ดังนี้ 1.ขอให้กำลังใจและสนับสนุนรัฐบาล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับบริษัทฟิลลิปมอริส กลุ่มทุนบุหรี่ข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและสังคมโดยรวม 2.ขอประณามบริษัทบุหรี่ข้ามชาติรายนี้ ซึ่งเข้ามาแทรกแซงนโยบายรัฐ ผ่านกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ เพื่อให้ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สังคมไทยไม่อาจยอมรับได้ 3.ขอให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงาน หลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัท หรือผู้แทนของบริษัทที่ตกเป็นผู้ต้องหารายนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงานในคดีนี้ และ 4.ขอเรียกร้องให้คนไทยในฐานะผู้บริโภคร่วมกันแสดงออกปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของไทย ด้วยการบอยคอตสินค้าทุกประเภท ไม่ใช้ไม่สนับสนุนสินค้าในเครือของบริษัทรายนี้"นางสาวจิราภรณ์ กล่าว
ด้านนายธีรภัทร คะหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้เครือข่ายฯจะติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง และยินดีให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งทราบมาว่าบริษัทนี้ ได้ว่าจ้างบริษัททนายสากลรายใหญ่ที่เข้ามาตั้งสำนักงานในไทย เพื่อมาล๊อบบี้หน่วยงานต่างๆและกดดันรัฐบาล หวังให้ตัวเองหลุดพ้นคดีทั้งทางเพ่งและอาญา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อันตรายและหากเขาทำได้สำเร็จก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรง ที่น่าห่วงอีกประการหนึ่งคือการเข้ามาแทรกแซงนโยบายด้านสุขภาพของไทย ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม จากความจริงจังในการปราบปรามด้านการทุรจิตคอรัปชั่นของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนฝากความหวังและมั่นใจในความยุติธรรมของรัฐบาลนี้ และยังคงเชื่อมั่นว่าเเม้จะถูกกดดันจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติมากน้อยอย่างไร ท้ายที่สุดรัฐบาลจะยึดมั่นตามปณิธาน การทำงานที่เลือกผลประโยชน์ของชาติมากกว่าผลประโยชน์หรืออิทธิพลของใคร
ส่วนม.ล.ปนัดดา กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า จะนำเรื่องนี้ไปกราบเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ซึ่งนายกฯให้ความสำคัญในลำดับต้นๆอยู่แล้วกับเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ เรื่องบุหรี่ต้องเรียนว่าเป็นอะไรที่ล้าสมัยอย่างมาก ในอารยะประเทศใครสูบบุหรี่เขาถือว่าเป็นคนไดโนเสาร์หรือโบราณ จึงต้องเป็นกำลังใจให้คนที่สูบขอให้เลิกสูบ ใครที่คิดสูบต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ส่วนที่มาร้องเรื่องของการหลบหลีกภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นที่เยาวชนทำป้ายข้อความมาก็ขอให้ทราบว่านี่คือประเทศไทย ใครมาอยู่ก็ต้องเคารพกฎหมายประเทศไทย





