ทูตสหรัฐพบ'ประยุทธ์' ปัดกดดันไทย

"กลิน ที เดวีส์" ทูตสหรัฐ เข้าพบ "ประยุทธ์" หน.คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล แนะ รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ไซเรนท์ ว๊อยซ์ ย้ำเชื่อมั่นในความจริง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกลินน์ ทาว์นเซนต์ เดวี่ส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. โดยใช้เวลาเข้าเยี่ยมนานถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง
โดยพล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือ ว่า การมาเข้าพบนายกฯ ของนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตของสหรัฐฯที่เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมายืนยันถึงความสำคัญที่ประเทศไทยมีต่อสหรัฐฯ และมิตรภาพที่มีร่วมกันกว่า 2 ศตวรรษ แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นประเทศไทยก็ยังเป็นมหามิตรกับสหรัฐฯ โดยก่อนที่นายกลิน ที เดวีส์ จะมาประเทศไทยนั้นได้มีการศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ซึ่งการมาครั้งนี้ก็ไม่ได้มากดดันไทยว่าไทยจะต้องมีนู่นมีนี่เมื่อไหร่ โดยมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของคนไทยและประเทศไทย ซึ่งทูตสหรัฐฯได้เชื่อในความตั้งใจและความจริงใจของรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ ว่ากำลังทำเพื่อประเทศไปสู่จุดหมายอย่างไร
พล.วีรชน กล่าวว่า ทั้งนี้นายกฯ ได้อธิบายให้ฟังถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ว่ามีเรื่องราวต่างๆ มาจากอะไร มีความแตกแยกในสังคมอย่างไร และมีการอธิบายอย่างที่เราทราบกันดีถึงปัญหาการเมืองต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกว่า ไม่ต้องเชื่อเรา และเน้นย้ำว่าทูตสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องฟังและเชื่อ แต่ขอให้ฟังและนำข้อมูลเหล่านี้ไปศึกษา ไปสอบถามจากหลายๆ กลุ่มเพื่อที่จะมายืนยันข้อมูลว่า สิ่งที่พูดนั้นเป็นความเท็จหรือความจริง และเมื่อถึงขั้นตอนนั้นจะเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ มีความเข้าใจในสิ่งที่เกิดปัจจุบันของไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังยืนยันในความเป็นมิตรกับไทยที่ยังหนักแน่น มีความสำคัญเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าตามกฎหมายต่างๆ ของเขา อาจจะมีปัญหาในด้านการปกครอง แต่ในด้านความร่วมมือต่างๆ ทางทูตสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะสานต่อความสัมพันธ์ และจะดำเนินการให้ประเทศไทยมีความร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างแน่นแฟ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การทหาร การศึกษา เรียกได้ว่าทุกด้านที่เคยมีมาต่อกัน ไม่มีด้านใดลดลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการชี้แจงโรดแมป อย่างไร พล.ต.วีรชน กล่าวว่า วันนี้ไม่มีการพูดถึง เพียงแต่พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุว่า ขั้นตอนที่ผ่านมาเรามีการดำเนินการในลักษณะ ใช้กติกาอย่างไร เช่น มีการใช้กฎอัยการศึกในช่วงต้น รวมถึงการใช้มาตารา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ซึ่งที่ผ่านมาใช้อย่างสร้างสรรค์ และไม่มีการทำร้ายหรือทำให้ใครเดือดร้อน ยกเว้นแต่บุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีคดีความก็ต้องว่าไปตามระบบ และนายกฯ ได้ยืนยันถึงระบบยุติธรรมของไทย ที่มีบางฝ่ายพูดดิสเครดิต ว่าไม่น่าเชื่อถือโดยนายกฯ อยากให้มองว่าที่ผ่านมาเป็น 10 ปี ระบบยุติธรรมเราทำงานมาตลอด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ อย่างที่ถูกกล่าวหาทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน พยานข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้
พล.ต.วีรชน กล่าวว่า นายกฯ ได้เล่าเกือบ 2 ชั่วโมงถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองกว่า 10 ปีที่ผ่านของเรา และอยากให้มองย้อนกลับไปว่าเป็นอย่างที่ว่าหรือไม่ โดยนายกลิน ที เดวีส์ ได้ตอบมาว่า “เชื่อในสิ่งที่นายกฯ พูด เชื่อในความจริงใจ ตั้งใจ ซึ่งนายกลิน ที เดวีส์ เป็นคนพูดเอง” และมีคำแนะนำว่า อยากให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ให้คนที่ไม่ได้ออกเสียง (silence voice) มีพื้นที่มากขึ้น โดยพล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วย และให้ศึกษาว่าจะมีวิธีการอย่างไร ซึ่งวันนี้เป็นการพบปะที่สร้างสรรค์ และเป็นการยืนยันจากสหรัฐฯ ที่บอกว่า ได้รับคำนโยบายมาจากวอชิงตัน ว่าการมาครั้งนี้ ให้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทย
“นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า ในเรื่องของโร้ดแม็ปนั้น สิ่งที่เราทำในปัจจุบันเป็นการสร้างอนาคตของประเทศไทยและได้ชี้แจงว่าในแต่ละขั้นตอนที่ทำนั้นก็เพื่อประเทศและที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรมาบ้าง โดยได้บอกว่าสิ่งที่พูดวันนี้ไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมด แต่อยากให้เปิดใจให้กว้าง รวมทั้งรับฟังในส่วนรัฐบาลไทย และข้อมูลรอบๆ ด้าน ขอให้เปิดใจให้กว้าง แล้วจะรู้ว่าความจริงคืออะไร ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐให้เกียรติกับนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก เข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศและเข้าใจในตัวนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมดถือว่าท่าทีของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทยดีขึ้นและเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น เขาเชื่อมั่นเรา 99% ติดแค่เปอร์เซ็นต์เดียว คือเรื่องกฎหมายและการพูดคุยครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ในฐานะที่เป็นเพื่อนและมีความสัมพันธ์กันมานานกว่า 2 ศตวรรษ และการแนะนำต่างๆ ก็เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่ต้องการแทรกแซง” พล.ต.วีรชน กล่าว







