"ดาว์พงษ์" สั่งสช.-สมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชน ทำการบ้านใหม่แจงเหตุผลขอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว นักเรียนเป็น 70% ในปี 59
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทยได้เข้าพบและได้เสนอแนวทางการให้การอุดหนุนของรัฐในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของ โรงเรียนเอกชนอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2559 ทางโรงเรียนเอกชนได้ขอปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวทุกระดับชั้นเป็น 70% จากปัจจุบันได้รับอุดหนุน 60% ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะเอกชนไม่สามารถตอบคำถามบางอย่างกับตนได้ จึงได้ขอให้กลับไปทำการบ้านเพิ่มและเสนอกลับมาใหม่
ขณะนี้โรงเรียนเอกชนมีนักเรียนในความรับผิดชอบอยู่ประมาณ 2 ล้านกว่าคน จึงให้ไปศึกษาตัวเลขว่าหากโรงเรียนเอกชนประสบปัญหาขาดทุนและต้องปิดโรงเรียนทั้งหมด รัฐจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่ ในการสร้างโรงเรียนใหม่เพื่อรองรับเด็กกว่า 2 ล้านคน นอกจากนั้น ทางเอกชนมีข้อเสนอด้วยว่าจะขอเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวเต็มเพดาน 100% นั้นมองว่าเป็นเรื่องอนาคตที่ต้องหยุดไว้ก่อนขอให้ทางเอกชนทำข้อมูลที่ขอเพิ่มการอุดหนุน 70% มาก่อนเพราะการเพิ่มดังกล่าวต้องใช้งบประมาณเพิ่มปีละ 4,762 ล้านบาท
“ได้ขอให้ สช.กลับไปดูว่ากฏกติกาในการใช้เงินอุดหนุนที่รัฐให้ไป มีช่องว่างให้โรงเรียนเอกชนนำเงินอุดหนุนดังกล่าวไปใช้อะไรก็ได้โดยที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่จะใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาหรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจและแสดงให้เห็นถึงความสมเหตุสมผลมากขึ้นในการที่รัฐจะต้องเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้ ทั้งนี้ เงินอุดหนุนรายหัวจะใช้จ่ายใน 4 รายการ ได้แก่ เงินเดือนครูและบุคลากร, การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนและครุภัณฑ์, การพัฒนาอาคารสถานที่ และการดำเนินกิจการของโรงเรียน ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่าเงินอุดหนุนควรจะใช้ในเรื่องของครูเป็นอันดับแรก ที่เหลือให้ใช้ในส่วนที่ตรงกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้มากที่สุด”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ สถานะทางการเงินของประเทศไม่ได้มีมากนึกจะเอาไปใช้อะไรก็ได้ ที่สำคัญต้องตระหนักว่า ศธ.ใช้งบประมาณสูงที่สุดของประเทศ จึงต้องดูประสิทธิภาพการใช้เงินด้วย หากเรื่องใดเห็นว่ามีความจำเป็นก็เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ แต่ตนจะไม่รีบร้อนทำต้องให้มีความชัดเจนก่อน.





