"สคบ."เตรียมคลอดคู่มือซื้อบ้านแจกประชาชน หลังตีปี๊บมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ป้องกันโดนโกงแนะศึกษาโครงการก่อนซื้อ
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ครั้งที่1/2558เกี่ยวกับการพิจารณา เรื่องการเปรียบเทียบความผิดและการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านโฆษณา ด้านสินค้าและบริการรวมทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยวันนี้เป็นการให้ข้อคิดเห็นและมอบนโยบายให้กับสคบ.ในการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพราะที่ผ่านมาประชาชนถูกหลอกให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก และมีการวางเงินมัดจำแต่ไม่มีการคืนเงินให้ และการดำเนินการคดีกับผู้ประกอบการเป็นไปอย่างล่าช้าดังนั้นการแก้ปัญหาจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับผู้ประกอบการให้ได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนไม่ล่าช้า
ด้านนายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการ สคบ. แถลงว่า ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้สคบ.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมอนุกรรมการฯ เพื่อวางกรอบในการจัดทำคู่มือการซื้อบ้านเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน หลังจากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนเพื่อให้ผู้บริโภคซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้คล่องตัว แต่สคบ.มีความเป็นห่วงว่าจะถูกเอารัดเอาเปรียบเหมือนกับโครงการรถคันแรก ที่รีบซื้อโดยไม่ศึกษาข้อมูลโดยไม่ละเอียด ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มาประชุม อาทิ กระทรวงมหาดไทยกทม. กรมโยธาธิการและผังเมืองกรมที่ดิน กระทรวงยุติธรรม วิศวกรรมสถานธนาคารอาคารสงเคราะห์และตัวแทนจากสมาคมธนาคาร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อวางกรอบคู่มือดังกล่าว ทั้งนี้มั่นใจว่าเมื่อประชาชนอ่านคู่มือดังกล่าวแล้ว จะซื้อสินค้าโดยไม่ถูกโกงซึ่งคู่มือดังกล่าวจะออกมาเผยแพร่ให้เร็วที่สุด
"สิ่งที่ประชาชนควรรู้ก่อนการซื้อบ้านว่าถ้าเป็นโครงการดังการดังกล่าวได้รับอนุญาตจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆหรือไม่ รวมทั้งถ้าเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า83ยูนิต จะต้องผ่านกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอต้องตรวจสอบรายละเอียดของโครงการ พิจารณาความมั่นคงของบริษัทผู้ประกอบการว่ามีการถูกร้องเรียนมากจากผลงานที่ผ่านมาหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่สคบ. และหากประชาชนไม่มั่นใจในสัญญา ให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วน1166สายด่วน สคบ. ซึ่งทาง สคบ.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบให้"เลขาสคบ. กล่าว
นายอำพล ยังกล่าวแจ้งเตือนประชาชนในเรื่องของการเลือกซื้อบ้านในโครงการที่มีปัญหาในเรื่องของผังเมือง เพราะปัจจุบันจะเห็นว่ามีปัญหาบ้านทรุด บ้านร้าว เพราะบางโครงการตั้งอยู่บนหน้าดินที่ขุดหน้าดินไปขายแล้วจากนั้นนำดินมาถมลึก10-20เมตร แล้วคิดว่าดูความความแน่นของดินก็จะไม่มีก็มีคดีฟ้องร้องกันในศาลจำนวนมากรวมมีการสร้างบ้านบ่อขยะ บ่อดินบ้าง ที่มีการถามโดยไม่ตรวจสอบชั้นดิน ทั้งเรื่องการวางเงินมัดจำก่อนซื้อบ้านว่า ไม่สามารถเรียกคืนได้เพราะตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้บริโภคไม่สามารถเรียกคืนได้ เพราะเมื่อผู้บริโภคยื่นกู้ธนาคารแล้วไม่ได้รับการอนุมัติแต่วางเงินมัดจำไปแล้วก็จะถูกยึดเงินมัดจำอย่างแน่นอน เมื่อผู้บริโภคมาร้องสคบ.ให้ฟ้องให้ก็แพ้อย่างแน่นอน
แต่กรณีนี้ผู้บริโภคมีความรู้สึกเสียดายเงินแต่ก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ ดังนั้นสคบ.จึงนัดเจรจาทั้งสองฝ่าย ซึ่งผู้ประกอบการก็ขอหักมัดจำแค่ครึ่งเดียว ซึ่งทำให้วินวินทั้งสองฝ่ายเพราะเป็นการช่วยเหลือกัน ส่วนในอนาคตจะทำยังไงให้ผู้บริโภคได้เงินมัดจำคืนก็ต้องมีการแก้กฎหมายแพ่งซึ่งเป็นกฎหมายแม่ แต่ถามว่ายุติธรรมกับผู้ประกอบการหรือไม่ ดังนั้นเราต้องมองทั้งสองฝั่งด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่





