ผู้ช่วยผบ.ตร. เผย "หมอหยอง" กับพวก สารภาพแล้ว คดีแอบอ้างสถาบัน ผิดม.112 ยังไม่ชัดเป็นขบวนการและไม่ซัดทอด -ส่งขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว
ที่บริเวณด้านหน้าศาลทหารกรุงเทพ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีกองทัพสื่อมวลชนทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ เดินทางมาปักหลักเฝ้ารอทำข่าว ภายหลังมีกระแสข่าวว่าจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ ม.112 มาส่งศาลทหารกรุงเทพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) ได้วางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งนำสุนัขทหารตรวจตราบริเวณโดยรอบ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหารายใดมาส่งศาลทหาร
ต่อมา พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.2 ได้เดินถือเอกสารทางราชการเข้าไปในศาลทหารกรุงเทพ โดยไม่มีการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวอยู่แต่อย่างใด กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 40 นาที พ.ต.อ.ชยุต ได้เดินออกมา ก่อนจะกล่าวเพียงสั้นๆว่า เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลทหารกรุงเทพในวันนี้ เวลาประมาณ 14.00 น. จากนั้น รอง ผบก.น.2 ได้ขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีดำ ทะเบียน สฮ 7447 กรุงเทพมหานคร ที่จอดรออยู่ ฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ก่อนที่รถจะออกไปอย่างรวดเร็ว.
กระทั่งเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น. 6 พ.ต.อ.บุรินทร์ ทองอำไพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้นำตัวผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรกที่ศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ ท่ามกลางการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโด โดยในคดีนี้มีผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบไปด้วย นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127/35 พหลโยธินปาร์ค ซ.พหลโยธิน 14 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร เลขที่ 27/2558 ลงวันที่ 18 ต.ค. ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมื่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/66 ถ.สังขวิทย์ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร เลขที่ 28/2558 ลงวันที่ 18 ต.ค. ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมื่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
และพ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ห้อง 1914 คอนโดลาเมซอง ซ.พหลโยธิน 24 แขวงจอมพล เขตจตุจักร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร เลขที่ 29/2558 ลงวันที่ 18 ต.ค. ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในความครอบครอง มีและใช้ซึ่งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมื่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามาที่ศาลนั้น พ.ต.ต.ปรากรม อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสีดำ โกนผม ขณะที่ . นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงขายาวสีน้ำตาล และนายสุริยัน อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนยาว กางเกงสีดำ โกนผม ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน
ภายหลังการฝากขังทาง พล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้ เปิดเผยว่า การทำเรื่องขอฝากขังบุคคลทั้งสามคนในวันนี้ มีหลักฐานตามสมควร ศาลจึงอนุมัติหมายจับ ส่วนรายละเอียดอยู่ในสำนวนสอบสวน ส่วนข้อหาตามหมายจับนอกจากหมิ่นเบื้องสูงแล้ว ยังมีข้อหาอื่นอีก โดยหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานให้เร็วที่สุด เพื่อส่งให้อัยการทหารต่อไป สำหรับกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บช.ก. จำนวน 8 ราย มีส่วนหรือไม่นั้น ถ้ามีหลักฐานก็ต้องดำเนินคดีอีก ขณะนี้อยู่ขั้นตอนพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ หากมีหลักฐานพาดพิงถึงผู้ร่วมขบวนการอีกก็ต้องทำตามกฎหมาย โดยจะออกหมายจับต่อไป
สำหรับเรื่องคดี ผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับสารภาพว่าทำมาแล้วเกิน 1-2 เดือน แต่จะเป็นขบวนการหรือไม่ยังไม่ทราบ รายละเอียดอยู่ในหมายบอกได้แค่มีหลายคน ถ้าเห็นออกหมายอีกก็จำนวนเท่านั้น อาจจะมีอีกมากกว่า 3 คนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ตอบไม่ได้ว่าส่วนใหญ่เป็นตำรวจ ทั้งนี้ยืนยันว่าพาดพิงถึงใครประกอบกับมีหลักฐานจะดำเนินการ ซึ่งคดีแอบอ้างเบื้องสูงถือว่ามีความผิดร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจนกว่าจะสิ้นกระแส ส่วนจะเรียกพยานมาสอบสวนเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมีหลักฐาน หากพาดพิงถึงก็ต้องทำตามกฎหมาย
สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนไม่ทราบว่าขณะนี้ออกจากราชการหรือไม่ เพราะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา แต่ตนได้รายงานไปยังต้นสังกัด (บช.ก.) ว่า คนของท่านถูกจับกุมตามหมายจับ ส่วนจะมีคำสั่งให้ออกราชการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับต้นสังกัดในการดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้พาดพิงตำรวจ บช.ก. ทั้ง 8 คน ที่ถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.บช.ก. หรือไม่ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตอบว่า ไม่ถึงกับเรียกว่าซัดทอด แต่มีการพาดพิงถึง แต่หากหลักฐานถึงใครก็พร้อมจะดำเนินคดี ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ก่อนหน้านี้นายสุริยันมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาฯ โครงการปั่นเพื่อพ่อ จะยุติบทบาทหรือไม่ ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้เป็นผู้ต้องหาแล้ว ตนไม่ทราบว่าจะยุติบทบาทหรือไม่ ซึ่งเรื่องหมิ่นเบื้องสูงไม่ใช่เรื่องสมควรจะพูดสนุกปาก ตำรวจมีหน้าที่ทำตามกฎหมายและกฎระเบียบก็ดำเนินการไปแค่นั้น
ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ได้นำรถควบคุมผู้ต้องหามาจอดเพื่อเตรียมขบวนบริเวณหน้าศาลทหาร ท่ามกลางการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโด และเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.น. 1 จากนั้นไม่นานพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามมาขึ้นรถของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยพ.ต.ต.ปรากรม ได้เดินออกจากศาลเป็นคนแรก ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จากนั้นนายจิรวงษ์ ได้ถูกนำตัวออกมาก่อนขึ้นรถตู้ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จากนั้นนายสุริยันได้เดินออกมาก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถควบคุมของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อนำตัวฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป





