วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยัน3แรงงานเมียนมาร์ ยังไม่รับสารภาพฆ่านร.สาว

ผู้ว่าฯระนอง ยืนยัน 3 แรงงานเมียนมาร์ ผู้ต้องสงสัยคนร้ายฆ่าโหด นร.ม.6 ยังไม่รับสารภาพ

นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" กับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องสงสัยแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ จนท.ควบคุมตัวจากเรือประมงที่ท่าเรือคุระบุรี จ.พังงา จำนวน 2 คน และควบคุมได้อีก 1 คนในวันนี้ 21 ต.ค. 2558 ที่ จ.ระนอง เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยตามแนวทางการสอบสวนสืบสวนของ จนท.ตำรวจ และผู้ต้องสงสัยทั้งสามคนยังไม่มีการยอมรับสารภาพตามที่มีกระแสข่าวแต่ประการใด ซึ่งตนได้สอบถามโดยตรงไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง ได้ยืนยันเรื่องดังกล่าวว่าผู้ต้องหาทั้งสามคน จนท.ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นคนร้ายตัวจริงแต่ประการใด เพียงแต่นำมาสอบสวนเพื่อคลายประเด็นต้องสงสัยในแนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อตัดประเด็นข้อสงสัยต่างๆออกไป หรือมีประเด็นใดที่จะทำให้น้ำหนักของประเด็นหนึ่งประเด็นใดมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น และยังไม่มีการรับสารภาพแต่อย่างใด

นายสุริยันต์ กล่าวว่า จากคดีดังกล่าวที่ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่สุดคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นใน จ.ระนอง ซึ่งทางตนได้กำชับให้  จนท.ผู้รับผิดชอบดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ซึ่งถึงเวลานี้ถือว่าคดีคืบหน้าไปมากและคาดว่าในไม่ช้าจะได้ตัวคนร้ายมาลงโทษได้อย่างแน่นอน และยืนยันว่าจะต้องเป็นคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แพะอย่างแน่นอน

ส่วนความเคลื่อนไหวของชาวบ้านใน จ.ระนองที่มีการติดตามข่าวเป็นจำนวนมากได้มีการนำป้ายคัทเฮ้าท์มาติดตั้งบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อกดดันให้ จนท.จับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ส่วนการที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นคนร้ายตัวจริง และเรียกร้องไม่ให้ จนท.จับกุมแพะ ที่ไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริง แต่ต้องการให้สอบสวนอย่างจริงจังเพื่อหาตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษให้ได้เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก

ด้านจนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่าโหด นร.หญิง นส.อรวี สำเภาทอง หรือน้องแฮปเปิ้ล เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมาว่า ความคืบหน้าในคดีฆ่าโหด นร.หญิง ม. 6 อย่างโหดเหี้ยมเมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมาว่า ทาง จนท.ตำรวจระนองได้ประสาน จนท.ตร.จ.พังงา เข้าควบคุมตัวลูกเรืออวนลากชาวเมียนมา 2 ราย ขณะเรืออวนลากเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือคุระบุรี จ.พังงา ในวันนี้ 20 ต.ค. 2558

หลังแนวทางการสืบสวนของ จนท.ชุดสืบสวนจาก สภ.เมืองระนอง ร่วมกับ จนท.สืบสวน ภูธรภาค 8 และจาก จนท.ตำรวจกองปราบมีหลักฐานเชื่อมโงตรงกันว่ามีความเป็นไปได้ว่าฆาตรกรที่ลงมือฆ่าโหด นร.หญิงชั้น ม. 6 เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมาเป็นแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นลูกเรือประมงอวนลากที่เข้ามาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือใน จ.ระนองในช่วงดังกล่าวเนื่องจากเป็นช่วงน้ำใหญ่เรือประมงไม่ออกทะเลจับปลา

โดยลูกเรือที่ต้องสงสัยก่อเหตุได้มานั่งดื่มเหล้าในจุดใกล้บริเวณที่เกิดเหตุเมื่อ นส.อรวี  สำเภาทอง เดินผ่านมาจึงพูดแซว อีกทั้งลูกเรือดังกล่าวอู่ในอาการเมาสุรา อาจพูดจาไม่สุภาพเนื่องจากเข้าใจผิดว่า นส.อรวี เป็นหญิงสาวขายบริการ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณดังกล่าว เมื่อ นส.อรวี ที่เป็นคนสองสัญชาติเข้าใจในภาษาเมียนมา และรู้ตัวว่าถูกพูดจาดูถูกก็อาจจะพูดโต้ตอบด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจึงทำให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวเกิดความโกรธแค้นจึงทำร้ายจนถึงแก่ความตาย

ก่อนที่จะหลบหนีเข้าไปพักอาศัยในชุมชนของแรงงานต่างด้าวซึ่งอยู่ติดกันจนทำให้กล้องวงจรปิดไม่พบเห็นบุคคลต้องสงสัยก่อนที่กลุ่มผู้ต้องสงสัยจะหลบในเรือประมงในเวลาต่อมาจึงทำให้ยากในการติดตาม โดยในวันนี้ทาง จนท.ตร.ยังควบคุมตัวแรงงานต้องสงสัยและสอบสวนอย่างเคร่งเครียดในเซฟเฮ้าตลอดทั้งวันและยังไม่มีการแจ้งราละเอียดความคืบหน้าในการสอบสวนแต่ประการใด แต่ในเบื้องต้นทราบว่า 2 แรงงานลูกเรือชาวเมียนมายังให้การปฏิเสธ นอกจากนี้ทาง จนท.ยังสงสัยว่าอาจจะมีคนไทย 1 รายที่ร่วมก่อเหตุด้วยซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการติดตามตัว และในวันนี้ 21 ต.ค. 2558 มีการควบคุมแรงงานต่างด้าวอีก 1 คนนำมาสอบสวนและตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบกับหลักฐานที่ จนท.เก็บได้เพื่อหาตัวคนร้ายตัวจริงต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ทาง จนท.ตร.ได้ควบคุมตัวชายชาวไทยอาชีพกรรมกรก่อสร้างใกล้จุดเกิดเหตุ ต้องสงสัย ฆาตกรรมโหด นร.หญิงชั้น ม.6 นส.อรวี  สำเภาทอง หรือน้องแอปเปิ้ล มาตรวจดีเอ็นเอ เปรียบเทียบชิ้นเนื้อที่พบในเล็บผู้ตาย ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 10-15 วัน ผลปรากฏว่า ผลดีเอ็นเอ ได้ออกผลออกมาปรากฏว่าไม่ตรงกับเนื้อเยื่อที่ปรากฏอยู่ในเล็บของผู้ตาย จึงทำให้ไม่สามารถเอาผิดกับชายต้องสงสัยคนดังกล่าวได้

ทำให้ จนท.ต้องกลับไปเริ่มต้นแกะรอยคดีนี้ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ลงมือฆ่าโหด โดยขณะนี้ทาง จนท.หันกลับไปให้ความสำคัญกับ กลุ่มแรงงานต่างด้าวอีกครั้ง  โดยเฉพาะการรวบรวมพยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมทั้งโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด โดยทีม จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระนองเพื่อร่วมทำงานกับ จนท.ตร.ระนองในการเร่งหาเบาะแสคนร้ายในคดีดังกล่าวจนสามารถติดตามจับกุมสองผู้ต้องสงสัยชาวเมียนมาได้ในวันนี้

พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า ที่ผ่านมา จนท.ได้เร่งดำเนินการตามคำสั่งการของพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ที่เดินทางลงพื้นที่จ.ระนองมาเร่งรัดและมอบนโยบาย และแนวทางในการสอบสวนคดีนี้ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผช.ผบ.ตร. เป็นผู้ดูแลคดีดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับคดีที่เกิดขึ้น นอกจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือว่าเป็นคดีอุจฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ของบุคคลทั่วไปในคดีดังกล่าว พร้อมตั้งรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้ายไว้จำนวน 50,000 บาท

จนท.ชุดสืบสวนสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8 ที่ลงมาเสริมทีมการทำงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าโหด นร.หญิงชั้น ม. 6 ใน จ.ระนอง เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558 เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยละเอียด จนท.ได้พบเบาะแสสำคัญ โดยในช่วงแรกที่ จนท.ทำการตรวจสอบจะเน้นในแนวกว้าง ที่พบว่า นร.หญิงที่เสียชีวิตได้เดินเข้ามาในซอยที่เกิดเหตุและหันรีหันขวาช่วงต้นซอยทำให้ จนท.สันนิษฐานว่าอาจจะมีปัญหากลับกลุ่มวัยรุ่นก่อนหน้าและกลัวว่าจะถูกตามมาทำร้าย

แต่ปรากฏว่าเมื่อนำข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์มาตรวจสอบโดยละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญพบว่าในช่วงที่ นร.หญิงเดินเข้ามาบริเวณปากซอยมีเสียงผู้ชายเรียกชื่อว่า “เปิ้ล”ซึ่งดังเข้ามาปรากฏอยู่ในกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชัดเจน ทำให้ นร.สาวตกใจจึงหันรีหันขวาโดยไม่ทราบว่าต้นทางเสียงเรียกมาจากไหน  ต่อจากนั้นทิ้งช่วงระยะ 4-5 วินาที จะได้ยินเสียงคนวิ่งออกจากจุดที่ซ่อนตัว และจะสอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่จับภาพได้ขณะมอเตอร์ไซด์พ่วงข้างวิ่งเข้าไปในซอยเมื่อนำภาพมาคัททีละช็อตโดยละเอียดจะพบว่ามีเงาคล้ายคนประมาณ 2 คนแอบซุ่มอยู่ข้างทางก่อนก่อเหตุ