วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองปราบ' ลุยตรวจสอบเชิงลึก 'ผู้มีอิทธิพล' ทั่วประเทศ

ผู้การฯกองปราบ สั่งลุยตรวจสอบเชิงลึก "ผู้มีอิทธิพล" ทั่วประเทศ เผยเฝ้าติดตามพฤติการณ์ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และกลุ่มบุคคล

หลัง พล.ต.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ให้ประสานความร่วมมือวางแนวทางปฎิบัติในการป้องกันและกวาดล้างผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นให้หมดไปภายใน 6 เดือน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปราม เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

โดยพล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. ยืนยันว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายมาเฟียและผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศอย่างเต็มที่โดยมีเป้าหมายอยู่พอสมควร แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ โดยกลุ่มที่เฝ้าติดตามพฤติการณ์อยู่มีทั้งที่เป็นนักการเมือง นักธุรกิจ และกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยในภาคเหนือ เฝ้าติดตามพฤติการณ์มากเป็นพิเศษใน จ.นครสวรรค์ และ จ.อุทัยธานี เพราะมีข้อมูลว่า ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มีการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมายและส่องสุมอาวุธเป็นจำนวนมาก ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กองบังคับการปราบปรามมีการวางกำลังตำรวจในพื้นที่ จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น และ จ.นครราชสีมา เพราะเป็นพื้นที่ที่มีผู้มีอิทธิพลมีการกระทำการที่ผิดกฎหมาย มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอิทธิพลของคนกลุ่มนี้ ซึ่งมีข้อมูลอยู่พอสมควร

พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา คือพื้นที่เป้าหมาย ส่วนภาคตะวันออกคือ จ.ปราจีนบุรี ขณะที่ภาคใต้ คือ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ซึ่งได้กำชับให้ตำรวจกองกำกับการ 6 กดดันกวาดล้างปราบปรามให้ได้ โดยมีเป้าหมายที่ต้องดำเนินการหลายราย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจู่โจมตรวจค้นตามยุทธการประจัญบาลคนพาล เมืองลุง เมืองคอน ไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางการป้องกันและปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลนั้น พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า ชุดสืบสวนของกองปราบปรามอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทั้งเรื่องพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล รวมถึงการตรวจสอบเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินที่บุคคลเหล่านั้นครอบครองว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร 

“ชุดสืบสวนมีเป้าหมายในการติดตามอยู่พอสมควรโดยให้เน้นตรวจสอบในเชิงลึกทั้งพฤติการณ์การก่อเหตุ ที่มาของทรัพย์สิน อาวุธที่คนเหล่านี้ครอบครอง ซึ่งใครที่มีพฤติการณ์ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลข่มขู่ประชาชนแสดงตัวเป็นผู้มีอำนาจไม่เกรงกลัวกฎหมายจะถูกดำเนินการทั้งหมด” พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าว