นักวิชาการ ชี้รัฐธรรมนูญต้องตอบโจทย์ความเป็นประชาธิปไตย ยึดหลักนิติธรรม รับรองสิทธิประชาชนยกรธน.ปี40 "อ.ภูริ "ระบุอาจไม่ใช่คำตอบ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาวิชาการ หัวข้อ"ว่าด้วยรัฐธรรมนูญ และอุดมคติ" เนื่องในงานรำลึก 42 ปี 14 ตุลาฯ 2516 โดยมีนักวิชาการเข้าร่วมเวที นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจาย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในยุคแรกเริ่มที่มีรัฐธรรมนูญบังคับใช้ เพื่อเป็นกฎให้ผู้ปกครองบังคับใช้ แต่เมื่อผู้ปกครองใช้อำนาจที่กระทบต่อประชาชน รัฐธรรมนูญได้เพิ่มบทบาทของการควบคุมอำนาจรัฐ และในยุคสมัยต่อมารัฐธรรมนูญมีบทบาทเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันทางการเมืองและกำหนดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน
ดังนั้นความหมายของรัฐธรรมนูญ คือกฎหมายว่าด้วยเรื่องของรัฐ ในประเด็นของรัฐธรรมนูญกับอุดมคติ ทางวิชาการอธิบายได้ว่าเป็นมาตรฐานที่ดี ที่นำไปสู่เป้าหมายสุงสุด โดยส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีสิ่งชี้วัด คือ รัฐธรรมนูญสามารถบังคับใช้แล้วบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญ หรือเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
อย่างไรก็ตาม มองว่าเจตนารมณ์หรือเจตจำนงของรัฐธรรมนูญถือเป็นส่วนสำคัญต่อรัฐธรรมนูญ และต้องตอบโจทย์หลักการสำคัญใน 3 ประเด็นได้ คือ 1.คุณค่าความเป็นมนุษย์ รวมถึงต้องคำนึงถึงความมีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกับของประชาชนทุกคน ทำให้ระยะต่อมาจะมีการคำนึงในสิทธิ เสรีภาพของประชาชนโดยผู้ปกครองต้องให้ความเคารพประชาชนที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด 2.คุณค่ากับพันธะสัญญา ที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจของผู้ปกครองที่ต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนก่อนดำเนินการ โดยไม่สามารถใช้อำนาจโดยไม่มีกฎหมายใดรองรับได้ รวมถึงการใช้อำนาจของรัฐต้องถูกกำกับและตรวจสอบจากรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นผู้ปกครองไม่สามารถรวมศูนย์อำนาจไว้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้เพียงบุคคลเดียวได้อีก เมื่อพิจารณาในคุณค่าพันธะสัญญาจะทำให้เกิดกระบวนการแบ่งแยกอำนาจ และ 3. คุณค่าในทางสาธารณะ หมายถึงการใช้อำนาจต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของประชาชน
"3 คุณค่านั้น ผมถือเป็นจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นหลักการพื้นฐานของหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วต้องนำสังคมไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม หากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วทำลายประชาธิปไตยหรือหลักนิติธรรม ถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่ได้มาตรฐาน โดยกระบวนการที่จะคุณค่าดังกล่าวจะต้องมีกระบวนการยกร่างที่เป็นประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเนื้อหาที่สอดคล้องระบอบประชาธิปไตย คือ สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกรับรองและบังคับใช้ได้จริง การตรวจสอบต้องดำเนินการกับทุกองค์กรได้" นายพรสันต์ กล่าว
ด้านนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ฐานะอดีตกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 กล่าวว่า การทำร่างรัฐธรรมนูญที่ตนมีส่วนร่วมได้ตั้งเจตจำนงให้รัฐธรรมนูญเหมาะสมกับสังคมไทย ใน 6 ส่วนที่พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ได้แก่ 1.สิทธิเสรีภาพที่ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ 2.การปฏิรูปการเมืองเชิงสถาบัน ที่อดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งอุดมคติคือการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะรวมถึงต้องถูกตรวจสอบกำกับ จากองค์กรรัฐสภา พลเมือง สื่อมวลชน ขณะที่การกระจายอำนาจที่ไม่รวมศูนย์ หรือกระจายไปยังองค์กรส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่หมายถึงชุมชนท้องถิ่น รวมถึงพลเมืองเพื่อสร้างการตรวจสอบถ่วงดุลและแก้ปัญหาของการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์โดยมิชอบ
3.การเมืองภาคประชาชน ได้สร้างพัฒนาการของภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมทางการเมืองในรูปแบบของสมัชชาพลเมืองอย่างเข้มแข็ง 4.องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยคาดหวังในกระบวนการให้เกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจ โดยตั้งเป้าให้การตรวจสอบที่ส่งต่อไปยังรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การตรวจสอบได้อย่างแท้จริง 5.ศาลและกระบวนการยุติธรรมที่สร้างความเป็นมาตรฐานของการดำเนินการ และ 6.การปฏิรูปและการสร้างปรองดอง
ด้าน นายภูริ ฟูวงศ์เจริญ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญอาจไม่ใช่เรื่องของอุดมคติทั้งหมด เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญให้ได้ตามอุดมคติอาจก่อให้เกิดปัญหา เนื่องจากสภาพความเป็นจริงพื้นฐานของมนุษย์ หรือพฤติกรรมทางการเมืองที่คำนึงถึงผลได้กับผลเสีย แม้รัฐธรรมนูญจะเขียนแรงจูงใจ ในผลที่ควรจะได้ เช่น การเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญกำหนดว่าหากไม่ไปเลือกตั้งจะเสียสิทธิทางการเมืองหลายอย่าง เพื่อเพิ่มแรงจูงใจหรือผลได้ต่อการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ขณะที่ระบอบการเมืองในประชาธิปไตย ในทฤษฎีของต่างประเทศ ให้ความหมายว่าประชาธิปไตยคือการเปิดพื้นที่ให้เกิดการแข่งขัน โดยไม่รู้ผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งระบอบประชาธิปไตยจะผลิตฝ่ายผู้แพ้ กับ ฝ่ายผู้ชนะเท่านั้น ทำให้ช่วงการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ เพราะมีผู้อิทธิพลสูง มีตัวแสดงที่มีปืน หรือมีเงินมากกว่าจะใช้อิทธิพลล้มกระดานกับสิ่งที่เขาไม่ยอมรับ ดังนั้นในทางปฏิบัติต้องทำอย่างไรเพื่อให้ผู้มีอิทธิพลนั้นยอมรับในผลที่พ่ายแพ้ โดยไม่ใช้อิทธิพลล้มกระดาน ดังนั้นในทางการเมืองรัฐธรรมนูญจะถูกออกแบบเพื่อคุมพฤติกรรม แต่ปัญหาสำคัญไม่ใช่การควบคุมผู้มีอิทธิพล แต่อยู่ที่การดูแลให้อยู่ในกติกา
"ดังนั้นสิ่งที่จะควบคุมผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจล้มกระดานได้ มีคนพูดถึงสถาบันปฏิปักษ์เสียงข้างมาก คือการให้เข้ามาบงการผลได้ผลเสีย การควบคุมพฤติกรรมด้วยการให้สิทธิพิเศษกับคนบางกลุ่มที่เข้าไปร่วมกระบวนการ โดยไม่ต้องเลือกตั้ง หรือกลัวว่าจะถูกถอดถอน ทั้งนี้การให้อำนาจสถาบันฯ นั้น มีหลายรูปแบบ เช่น ให้ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง, ตั้งสภาที่ปรึกษามีอำนาจกำกับรัฐบาล เป็นต้น อย่างไรก็ตามในต่างประเทศ เช่น แอฟริกาใต้ ที่เปลี่ยนการปกครองจากการเหยียดสีผิวเป็นประชาธิปไตย ได้จัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจูงใจคนผิวขาวให้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน, ประเทศโปแลนด์ ที่ปกครองโดยเปลี่ยนผ่านจากระบอบคอมมิวนิสต์ไปสู่ประชาธิปไตย มีกติกาว่าในจำนวนสมาชิกสภาฯ 1 ใน 3 ต้องเป็นคนของพรรคคอมมิวนิส์ เพื่อกันการล้มกระดานของกลุ่มคอมมิวนิสต์ ดังนั้นการออกแบบรัฐธรรมนูญบางทีเอาประชาธิปไตยอย่างเดียวอาจเปลี่ยนผ่านไม่พ้น หรือเป็นประชาธิปไตยในระยะเวลาสั้นแล้วถูกล้มกระดาน ซึ่งข้อดีสถาบันปรปักษ์เสียงข้างมาก ที่อาจเป็นรูปแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ เพื่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนผ่านแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้สถาบันปฏิปักษ์เสียงข้างมาก ถือเป็นองค์กรชั่วคราว เพื่อใช้ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ส่วนจะมีความจำเป็นกับสังคมไทยหรือไม่ ผมตอบยาก" นายภูริ กล่าว
นายภูริ กล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้สถาบันปฏิปักษ์เสียงข้างมากในบางประเทศ บังคับใช้ไม่สำเร็จ เช่น ประเทศบราซิล เพราะมีกลุ่มประโยชน์ที่ฝังตัวกับทหาร ทั้ง กลุ่มทุน ไม่ยอมถอนตัวออกจากระบบ ทั้งนี้ตนขอเสนอเพื่อเป็นมุมมองหนึ่งระหว่างการออกแบบรัฐธรรมนูญใหหม่
ขณะที่นายไพโรจน์ พลเพชร อดีตคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญคือการสร้างกติกาของการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย ส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจของสังคม ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้เพื่อเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นการสร้างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมควรมีโครงสร้างที่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ที่ให้สิทธิ เสรีภาพประชาชน จัดโครงสร้างทางการเมือง รวมถึงสร้างการถ่วงดุลอำนาจรัฐ ผ่านองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการสร้างประชาธิปไตยมุมใหม่โดยประชาชน และทำให้ภาคประชาชนเติบโต ซึ่งเป็นยืนยันว่าประชาธิปไตยจะเดินหน้า ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญรอบใหม่ ที่มีโจทย์ตามมาตรา35 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 และโจทย์ที่สังคมต้องการคือความปรองดอง และปฏิรูป มีหลายประเด็นที่สงสัยว่าทำไมต้องเขียน เช่น ให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ซึ่งไม่มีผู้ใดตอบได้ว่าการปกครองดังกล่าวจะเป็นรูปแบบใด ทั้งนี้ตนมองว่าคือการเปิดให้มีวุฒิสภา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทหารเข้ามาอยู่ในกติกาใช่หรือไม่ ซึ่งการเปิดให้วุฒิสภามาจากการสรรหาจะไม่ตอบโจทย์ของประชาชน ซึ่งอาจเป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกได้
"ผมเป็นห่วงกรณีที่กำหนดโจทย์ห้ามผู้ที่เคยต้องคดีเข้ามาสู่การเมืองโดยเด็ดขาด เราจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่แบบนี้หรือ นอกจากนั้นประเด็นการขับเคลื่อนสร้างความเป็นธรรม ยั่งยืน ป้องกันการบริหารราชการที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองหรือประชานิยม ขณะที่เรื่องที่น่าแปลก คือกำหนดกลไกที่มีประสิทธิภาพของการใช้จ่ายเงินของรัฐ ทั้งที่สิ่งนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยเหตุนี้ผมมองว่ารัฐธรรมนูญจะถูกกำหนดทิศทางหรือเนื้อหาที่ชัดเจน การใช้อำนาจจะยิ่งหมดลง แม้จะกำหนดให้รัฐธรรมนูญใหม่ตอบโจทย์ปรองดองหรือปฏิรูป แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะมีมาตรา35 ที่มีอคติครอบไว้"นายไพโรจน์ กล่าว
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ประชาชนสามารถร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนได้เอง ผ่านการเรียกร้องไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ( กรธ.) ว่า อย่าให้คนคิดว่าเป็นกติกาของผู้ชนะและกีดกันบางฝ่าย ทั้งนี้หากผู้ร่างรัฐธรรมนูญตอบโจทย์หลักการประชาธิปไตย นิติธรรมไม่ได้ อนาคตจะเกิดความขัดแย้ง ดังนั้นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องคำนึงด้วยว่าไม่ควรใช้มาตรา 35 ที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าชี้นำการเขียนรัฐธรรมนูญเท่านั้น ขณะที่การปรองดองไม่ควรเขียนอย่างละเอียดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรกำหนดเพียงหลักการของการแสวงหาความจริงร่วมกัน, บุคคลที่ทำผิดต้องถูกลงโทษ, มีความทรงจำร่วมผ่านการสร้างสัญลักษณ์และสร้างระบบเยียวยาในสังคมไทยที่ไม่ขึ้นอยู่กับความพอใจของฝ่ายการเมือง





