วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก่อแก้ว'ติงรบ.ออกคำสั่งทางปกครองบีบ'ยิ่งลักษณ์'ชดใช้เงิน

"ก่อแก้ว"ติงรัฐบาลออกคำสั่งทางปกครองบีบ"ยิ่งลักษณ์"ชดใช้เงิน เท่ากับทำร้ายจิตใจชาวนา เปรียบเหมือนส่งสัญญาณห้ามรัฐบาลในอนาคตดำเนินนโยบายแบบนี

นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การที่รัฐบาลส่งสัญญาณในการออกคำสั่งทางปกครองเพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าว ทั้ง ๆ ที่ดำเนินโครงการตามที่หาเสียงไว้ และมีเป้าหมายในการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรที่ยากจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจน รวมทั้งช่วยลดปัญหาทางสังคมโดยรวม

อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปในตัวนั้น โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำได้ดีที่สุดโครงการหนึ่ง ทำให้ชาวนาหลายล้านคนลืมตาอ้าปาก มีเงินใช้หนี้ มีเงินส่งลูกเรียน มีเงินซื้อเครื่องมือเครื่องจักรกล มีเงินซื้อเครื่องอำนวยความสะดวก มีเงินซื้อรถมอเตอร์ไซค์ บางคนถึงขั้นมีเงินซื้อรถปิกอัพ และหลาย ๆ คนมีเงินทองเหลือเก็บเป็นครั้งแรกในชีวิต

นายก่อแก้ว กล่าวว่า คนที่ไม่เห็นด้วยอาจจะมองว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์รับจำนำข้าวในราคาที่สูงเกินไป ข้าวหอมมะลิรับจำนำถึง 20,000 บาทต่อตัน ในขณะที่ราคาขายในตลาดโลกต่ำกว่า 20,000 บาทต่อตัน รัฐบาลมีแต่ขาดทุน แต่อีกด้านคนที่สนับสนุนโครงการนี้กลับมองว่า ไทยเคยขายข้าวได้ถึง 23,000-24,000 บาทต่อตันในช่วงปี 2551 ในยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ซึ่งถ้าตลาดไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถขายในราคาที่กำไรได้

ถึงแม้จะขาดทุนบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อให้คนเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างกันเหมือนเหรียญ 2 ด้าน ทั้งนี้ มองว่าทุกรัฐบาลมีหน้าที่ในการช่วยเหลือคนจน คนด้อยโอกาส ในการดึงให้คนเหล่านี้มีรายได้เพียงพอ และมีชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเราปล่อยให้คนจนจนลงไปเรื่อย ๆ จนพวกเขาไม่มีทางออกของชีวิต คนบางคนก็จะหาทางออกให้กับชีวิตโดยการหาเลี้ยงชีพด้วยอาชีพที่ผิดกฎหมาย เช่น ปล้นชิงวิ่งราว ค้ายา เป็นต้น

นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลออกคำสั่งทางปกครองให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้เงินจริง นอกจากจะทำร้ายจิตใจน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ยังเป็นการทำร้ายจิตใจชาวนาทั่วทั้งประเทศอย่างรุนแรงอีกด้วย เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณว่า ห้ามรัฐบาลในอนาคตดำเนินนโยบายในการช่วยเหลือชาวนาแบบนี้อีก โอกาสที่ชาวนาจะสามารถลืมตาอ้าปากได้จะหายไปอย่างสิ้นเชิง อนาคตของชาวนาจะขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลางแทน ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมาสังคมก็รับทราบดีว่าเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ ถ้าชาวนาประกอบอาชีพอย่างสิ้นหวัง มองว่าทำนาไปก็ไม่มีอนาคต ไม่มีโอกาสที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ สุดท้ายชาวนาก็จะทยอยขายที่ดินแล้วหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน ยุทธศาสตร์ของไทยที่จะเป็นครัวโลกซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของประเทศไทยในการแข่งขันกับนานาชาติก็จะหายไปด้วยในที่สุด