เรียบร้อย! สปท.โหวต "ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ" เป็นประธานแล้ว-เปิดประวัติเป็นครูของบิ๊กทหาร
เมื่อเวลา 9.30 วันที่ 13 ต.ค. ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ครั้งแรก เป็นวาระการเลือกประธานและร้องประธาน สปท. โดยก่อนการเริ่มประชุม นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขา สปท. ได้หารือกับที่ประชุมขอนำข้อบังคับการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในการเลือกผู้อาวุโสที่สุดในที่ประชุมเป็นประธานชั่วคราว ซึ่งที่ประชุมไม่มีผู้ได้ขัดข้อง จึงได้เชิญนายชัย ชิดชอบ สปท. ที่อาวุโสสุดมาเป็นประธาน โดยนายชัย กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้โอกาสนี้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นประธานมาถึง 4 ปี จากนั้นจึงได้เริ่มการแจ้งให้ทราบถึงการแต่งตั้ง สปท. และปฏิญาณตน
จากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอชื่อประธาน สปท. โดยพล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก สปท.ได้เสนอชื่อ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ เป็นประธานสปท. แต่มีสมาชิกได้ลุกขึ้นหารือ อาทิ นายวิทยา แก้วภราดรัย และนายกษิต ภิรมย์ สปท. ได้เสนอขอให้เลื่อนวาระการเลือกประธานและรองประธานสปท.ออกไปก่อน และขอให้มีการจัดสัมมนาเพื่อให้สมาชิกทุกคนได้ทำความรู้จักกันเพื่อเป็นวัฒนธรรมองค์กร ก่อนตัดสินใจเลือกบุคลที่จะเป็นประธาน เพราะหากให้ตัดสินใจเลือกบุคคลที่ยังไม่รู้จัก ก็คงเลือกไม่ได้ขณะที่สมาชิกอีกส่วนหนึ่งได้เห็นควรให้ดำเนินการตามวาระการเลือกประธานและรองประธานสปท.ต่อไป อาทิ พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร นายเสรี สุวรณภานนท์ ซึ่งในที่สุดที่ประชุมไม่ขัดข้องและได้เห็นชอบให้ดำเนินตามวาระต่อไป
โดยนายชัย กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายเป็นประธานชั่วคราว ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมไม่ได้ให้อำนาจตัดสินใดๆทั้งสิ้น จึงไม่มีอำนาจในการเลื่อนการประชุม และเมื่อไม่มีผู้ใดเสนอชื่อสมาชิกคนอื่นขึ้นมาชิงตำแหน่งประธานสปท.ทำให้ร.อ.ทินพันธุ์ได้รับเลือกเป็นประธานสปท.
ด้าน ร.อ.ทินพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งตนจะทำหน้าที่รวบรวมวาระการปฏิรูปทั้งหมดต่อจากสปช. เพราะ สปท.มีหน้าที่ปฏิรูปต่อไปให้สำเร็จ ตามเป้าหมายที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวได้กำหนดไว้ และการทำหน้าที่ของทุกคนในครั้งนี้ถือเป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ที่จะให้ประเทศไทยเกิดการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ตนจึงเชื่อมั่นว่า สมาชิกทุกคนจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่ดี
ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าวอีกว่า การปฏิรูปให้สำเร็จได้ จะต้องขอความร่วมมือจากทุกคนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และต่อจากนี้จะมีการจัดทำข้อบังคับการประชุมของสปท.ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงาน ดังนั้นต่อไปนี้ใครอยากปรึกษาหารือกับตนเรื่องใดก็ตาม ตนก็ยินดี อย่างไรก็ตามงานของสปท.เป็นงานที่ให้คำปรึกษาเสนอแนะ การอภิปรายต่างๆจึงควรจำกัดขอบเขตอยู่ที่การปฏิรูป เพราะเรามีเวลาจำกัด หากใช้เวลาไปกับเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ก็จะทำให้การทำงานไม่สัมฤทธิ์ผล และถูกตำหนิได้ หากยังเห็นว่ามีข้อควรปรับปรุง และเรื่องที่เป็นประโยชน์ก็ควรพิจารณาร่วมกัน และให้ความสำคัญกับการจัดลำดับก่อนหลังในการทำงานปฏิรูปต่อไป
“สมาชิกอาจส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องอายุผม แต่อยากเรียนว่าปัจจุบันนี้ทำงานหนักกว่าตอนเป็นหนุ่ม ทั้งสอนหนังสือ เขียนหนังสือ งานวิจัยอยู่ทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ ก็สามารถยืนสอนหนังสือได้ 12 ชั่วโมง และยังว่ายน้ำอยู่ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง และขอยืนยันว่าจะมีการจัดสัมนา เพื่อให้ ปสท. ทำความรู้จักกันแน่นอน” ร.อ.ทินพันธุ์ กล่าว
จากนั้นนายชัย นำที่ประชุมเข้าสู่วาระการเลือกรองประธานสปท.โดย พล.ต.ท. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา สปท.ลุกขึ้นเสนอชื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นรองประธานสปท.คนที่ 1 โดยไม่มีบุคคลอื่นเสนอชื่อเพิ่มเติม ทำให้นายอลงกรณ์ เป็นรองประธานสปท.คนที่ 1 ซึ่งนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกที่ไว้วางใจ ซึ่งตนจะทำงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และดำเนินการงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเวลาที่กำหนด ซึ่งประเทศประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ การเมืองเราจมปักอยู่กับปัญหาความขัดแย้งแตกแยก ที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้นห้วงเวลานี้จึงเป็นจุดเปลี่ยน ที่สปท.จะร่วมกับแม่น้ำ 4 สาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่ทั้งนี้การทำงานปฏิรูปให้สำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับ แม่น้ำ 4 สายเท่านั้น หากต้องได้รับความร่วมมือากประชาชนทั้งประเทศ ที่จะทำให้พิมพ์เขียวของสปช.ได้รับการต่อยอดให้สำเร็จ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสปท.กับแม่น้ำ 4 สาย เชื่อมระหว่างอดีตสู่อนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ตามที่ประชาชนหวังว่าสปท.จะทำความหวังให้เป็นจริง
ต่อมานายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สปท.ได้เสนอชื่อ น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ เป็นรองประธานสปท.คนที่ 2 โดยไม่มีผู้อื่นเสนอชื่อคู่แข่ง ทำให้ได้ น.ส.วลัยรัตน์ เป็นรองประธาาน สปท. คนที่สอง ทั้งนี้น.ส.วลัยรัตน์ กล่าวว่า จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ตนถือเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ได้มาเป็น สปท. มีโอกาสทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ก็จะทำให้วาระปฏิรูปทั้งหมดเป็นผลอย่างเร็ว ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกทุกคนที่จะผนึกกำลังกัน
จากนั้นนายชัย ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า เมื่อได้ประธานและรองประธานสปท.แล้ว เลขาธิการสภาฯจะแจ้งรายชื่อไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งต่อไป และสั่งปิดประชุมในเวลา 11.10 น.
ประวัติร.อ.ทินพันธุ์
สำหรับประวัติของ ร.อ.ทินพันธุ์ เกิดเมื่อ 19 มีนาคม 2477 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุ 81 ปี จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ สหรัฐอเมริกา
ร.อ.ทินพันธุ์ รับราชการทหารอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะโอนย้ายไปเป็นอาจารย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบัน เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ 2 สมัย
ในทางการเมือง ร.อ.ทินพันธุ์ เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาหลายสมัย และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พลเอกสุจินดา คราประยูร ด้วย





