'ดาว์พงษ์'เลื่อนถกทางแก้ปัญหาเอแบค30ต.ค.นี้

'ดาว์พงษ์'เลื่อนถกทางแก้ปัญหาเอแบค30ต.ค.นี้

“ดาว์พงษ์” เลื่อนประชุมหารือเอแบคออกไปเป็น 30 ต.ค. รักษาการอธิการบดี หวั่นเลื่อนออกไปอีกกระทบการอนุมัติปริญญาบัตรนศ.ปี2557

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่โรงแรมเอเชีย ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) กล่าวว่าตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้เรียกกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้ง 2 ฝ่ายมาประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 13 ตุลาคม เกี่ยวกับการอนุมัติเข้ารับปริญญาบัตรของนักศึกษาประจำปีการศึกษา2557 จำนวน3,030คนเนื่องจากยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครจะเป็นผู้ลงนามในตำแหน่งอธิการบดีเอแบคระหว่างภราดาบัญชา แสงหิรัญ และดร.สุทธิพร เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างยืนยันในการเป็นอธิการบดีเอแบค รวมถึงปัญหาต่างๆ ของม.เอแบคนั้น ขณะนี้ได้มีการเลื่อนประชุมออกไป เป็นวันที่ 30 ตุลาคม โดยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดอย่างไรก็ตาม การเลื่อนประชุมออกไปนั้น ไม่น่าจะกระทบต่อการเข้ารับปริญญาบัตรของนักศึกษาในวันที่22พ.ย.2558ตามกำหนดเดิมเพราะยังพอมีเวลา แต่ทั้งนี้ หากรมว.ศึกษาธิการ เลื่อนการประชุมออกไปจาก 30 ตุลาคม ผมกังวลว่าจะกระชั้นชิดเกินไป อาจจะก่อให้เกิดความโกลาหลความเสียหายได้

“หนังสือเวียนที่ทางนายกสภามหาวิทยาลัยได้ส่งไปยังกรรมการสภามหาวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติปริญญาบัตรนั้น กรรมการสภาฯเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ลงนาม เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากนายกสภาฯ ถูกพักงาน ดังนั้น จึงต้องมาจัดทำหนังสือเวียนเพื่ออนุมัติปริญญาบัตรอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้กรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียงส่วนใหญ่ 11เสียง จาก 17 เสียง ได้ลงนามอนุมัติปริญญาของนักศึกษากลุ่มแรก จำนวน 3,030 คน เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงนักศึกษากลุ่มที่ 2 อีกประมาณ 200 คน ที่ยังส่งงานไม่ครบทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถออกเกรดได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกปี และสามารถอนุมัติทันทุกปี แต่ทั้งนี้สภามหาวิทยาลัยจะพยายามเร่งพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักศึกษา”ดร.สุทธิพร กล่าว และว่าส่วนผู้ที่จะลงนามในปริญญาบัตร ตำแหน่งอธิการบดี ยืนยันว่ายังคงเป็นตนที่ต้องเป็นผู้ลงนาม เพราะขณะนี้ตนดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในการหารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ หวังว่าพล.อ.ดาว์พงษ์ คงจะชี้ขาดได้ว่าใครเป็นผู้ลงนามอธิการบดีในใบปริญญาบัตร

ทั้งนี้ สำหรับกรณีคดีกู้ยืมเงิน 250 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยนั้น ดร.สุทธิพร กล่าวต่อว่ากรรมการสภาม.อัสสัมชัญเสียงข้างมากมีความปรารถนาที่จะสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย คือการทำงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ กรรมการเสียงส่วนใหญ่เข้าใจถึงภารกิจที่ยากลำบากเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารเดิมที่มีมานานกว่า 30 ปี แต่กรรมการเสียงส่วนใหญ่จำเป็นต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ได้ เนื่องจากตระหนักดีกว่า มีแต่การบริหารด้วยระบบธรรมภิบาลเท่านั้น จึงจะทำให้มหาวิทยาลัยเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัญหาไม่เป็นธรรมและตรวจสอบไม่ได้ จะทำให้มหาวิทยาลัยอ่อนแอดังจะเห็นได้จากจำนวนนักศึกษาที่ลดลงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และจากสถิติดังกล่าวคาดว่ามหาวิทยาลัยจะประสบปัญหาด้านการเงินภายในไม่เกินปี 2561