วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ทบ.สั่งทุกหน่วยงาน หนุนนโยบายเร่งด่วน'ประยุทธ์'

คสช.เผย"พล.อ.ธีรชัย"ประชุมสนง.เลขาฯคสช. รับทราบผลการปฎิบัติงานและเหตุการณ์ประท้วง สภ.ถลาง สั่งทุกหน่วยงาน หนุนนโยบายเร่งด่วน"ประยุทธ์"

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ. ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีการชี้แจงผลการปฏิบัติงานในรอบสัปดาห์ ที่สำคัญ อาทิ การช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัย ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด, การพบปะส่วนราชการและภาคประชาชน เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์  เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและบังคับใช้กฎหมายอย่างยั่งยืน และป้องกันมิให้กลับมาเกิดปัญหาอีก เช่น การจัดระเบียบรถรับจ้างสาธารณะ การสนับสนุนกระทรวงยุติธรรมในการควบคุมสถานบริการ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง จำนวน 214 ครั้ง ใน 34 จังหวัด  การเข้าช่วยคลี่คลายและควบคุมสถานการณ์การประท้วงที่สถานีตำรวจภูธรถลาง จ.ภูเก็ต รวมทั้งการปรับแผนงานและกระจายโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ลงสู่จังหวัด 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า การประชุมในวันนี้ เลขาธิการคสช. ได้สั่งการให้ทุกส่วนของคสช. สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนและปฏิบัติตามบัญชาของ หัวหน้าคสช. โดยเคร่งครัด ทั้งในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดูแลสถานการณ์ในประเทศให้เกิดความสงบเรียบร้อย, การชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องนโยบายและแผนการปฏิบัติงานที่สำคัญของรัฐบาล ให้ประชาชนและต่างประเทศได้รับทราบ, การดูแลปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มต่างๆ ให้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

โดยมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนได้แก่ การรับมือและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เข้าประสานงานกับฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรอำเภอ จัดทีมงานเข้าสำรวจและรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งความต้องการของเกษตรกร เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณาหามาตรการความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ให้สำรวจปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ กำลังประสบอยู่ด้วย เช่น ปัญหายางพารา ปาล์มน้ำมัน การชุมนุมเรียกร้องด้านมลภาวะ เป็นต้น 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกันให้ใช้กลไกของคณะทำงานร่วมฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ถึงระดับหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกิจกรรมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อพบปะและนำผลการดำเนินงานของรัฐบาลที่สำคัญไปชี้แจงกับประชาชน โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ทำไมต้องร่างรัฐธรรมใหม่ ตัวเลข 6-4-6-4 คืออะไร  รัฐบาลสั่งห้ามใช้น้ำหรือสั่งห้ามทำนาจริงหรือ และ Road Map ของคสช. โดยการชี้แจงจะดำเนินการควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง ได้แก่ สถานการณ์น้ำในพื้นที่นั้นๆ การขอความร่วมมือและให้คำแนะนำในเรื่องการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสำหรับพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง บนพื้นฐานของความเห็นใจในความเดือดร้อนของเกษตรกร ทั้งนี้การแก้ปัญหาหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรให้อยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจ 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า การช่วยเหลือภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนด 8 มาตรการช่วยเหลือ และแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด และพื้นที่นอกเขตชลประทาน 55 จังหวัด นั้น เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ประสานในเรื่องการจัดทำและเสนอ โครงการความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง โดยให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงเกษตร และฝ่ายทหาร ร่วมกันทำประชาคมกับประชาชน เสนอเป็นโครงการความช่วยเหลือ ภายในเดือนตุลาคม นี้ เพื่อให้สามารถเริ่มเปิดโครงการได้ตั้งแต่พ.ย. 58

ทั้งนี้รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือในลักษณะเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ส่วนการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ให้ทำงานสอดคล้องกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และจังหวัด อย่างเต็มที่ ในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนร้องเรียน โดยยึดถือความเดือดร้อน ความไม่เข้าใจ และความต้องการของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์ดำรงธรรมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน ร้องทุกข์ของประชาชนไปแล้ว 1,186,077 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 95.7 ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ให้ยึดถือหลักการเช่นเดียวกันด้วย