วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกศปมผ.บูรณาการเรือประมง ส่งให้อียูให้ข้อคิดเห็น

"พล.ร.ต.อาทร"ถกศปมผ. บูรณาการงานเรือประมง เร่งตรวจสอบองค์ความรู้เรือประมงเข้า-ออก เพื่อส่งให้อียูให้ข้อคิดเห็นและนำกลับมาปรับปรุง

พล.ร.ต.อาทร เคลือบมาศ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะรองหัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฏหมาย(ศปมผ.) และรองโฆษกศปมผ. กล่าวภายหลัง การประชุมศปมผ. ที่มีพล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.)ในฐานะผบ.ศปมผ.เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 18/2558 เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมว่า ที่ผ่านมาศปมผ. ได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำเอกสาร

เพื่อส่งให้อียูให้ข้อคิดเห็นและนำกลับมาปรับปรุง เพื่อให้เอกสารมีความสมบูรณ์ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งได้เตรียมการจัดทำแผนที่จะปฏิบัติต่อไปในอีก 6 เดือน โดยเน้นที่การพัฒนาและวางรากฐานระบบสารสนเทศ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าถึงข้อมูลในกิจการประมงของประเทศ เช่น การจัดทำระบบทะเบียนเรือและอาชญาบัตร ให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าถึงระบบได้อย่างรวดเร็ว

พล.ร.ต.อาทร กล่าวต่อว่า สำหรับผลการประชุมศปมผ.ให้ศรชล.เขตต่างๆ ตรวจสอบองค์ความรู้ของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก ให้สามารถใช้งานระบบ Fishing Info และ VMS พร้อมทั้งให้หน่วยต่างๆ ตรวจเยี่ยมกำลังพลประจำศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก ตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ อีกทั้งให้มีการดำเนินการทางทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือของเรือประมงต่างๆ ได้ ยกเว้นการจดทะเบียนเรือประมงใหม่เพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 24/58 ข้อ 1 อย่างเคร่งครัด โดยให้ สำนักเลขานุการศปมผ.แจ้งให้ศรชล.เขตต่างๆ ได้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน

“ให้คณะทำงานกฎหมายศปมผ.ดำเนินการออกประกาศคำสั่งในการเพิกถอนทะเบียนเรือที่สำรวจไม่พบและไม่มารายงานตัว จำนวน 8,024 ลำ ออกจากระบบฐานข้อมูล รวมถึงให้คณะทำงานพัฒนาระบบทะเบียนเรือหรืออาชญาบัตร เร่งรัดการพัฒนาระบบให้เสร็จสิ้นภายในม.ค.59 ส่วนเสนาธิการศปมผ. รับผิดชอบควบคุมการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวประมง กรณีได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของภาครัฐ และประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงได้รับทราบกำหนดการและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้ให้คณะทำงานตรวจสอบย้อนกลับ พิจารณาวางระบบควบคุมการตรวจสอบย้อนกลับ โดยเฉพาะขั้นตอน Land Inspection ตั้งแต่สินค้าสัตว์น้ำขึ้นท่าเรือหรือแพปลา – ด่านตรวจ – โรงงานผลิต โดยให้มีการบูรณาการระหว่างกรมประมงและกรมศุลกากรให้มากขึ้น และรายงานให้ที่ประชุมได้พิจารณาต่อไป” รองโฆษกศปมผ กล่าว