"พล.อ.อนุพงษ์"ระบุอัดฉีดเงินโครงการแก้จนตำบล 5 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า สั่งกรมการปกครองคุมทำงานผนึกกรมบัญชีกลาง-สำนักงบฯดูแลเข้ม
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) ว่า ตนได้เน้นย้ำในส่วนของการเขียนโครงการจะต้องเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ จะต้องกลั่นกรองความเหมาะสม มันได้สร้างความเข้มแข็ง กระตุ้นเศรษฐกิจต่อประชาชนหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่จะไปตรวจสอบความไม่โปร่งใสของโครงการ คือสำนักงบประมาณ ที่จะเข้าไปร่วมดูแล โดยมีสำนักงานเขตของสำนักงบประมาณคอยดูแลในส่วนนี้ มีความเหมาะสมและสมบูรณ์เหมาะแก่การดำเนินโครงการ
"ในส่วนของการปฏิบัติมีขั้นตอนของกรมบัญชีกลางได้กำหนดแล้วจะทำได้อย่างไร มันมีรายละเอียดมาก ผมได้ให้นโยบายกรมการปกครองนำข้อกำหนดของสำนักงบประมาณและของกรมบัญชีกลางมอบให้กับผู้ปฏิบัติให้ชัดเจน อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด แล้วให้ประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางที่ประชุมมีความเห็นว่าเรามีกลไกของคณะกรรมร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.) อยู่ในพื้นที่แล้ว อาทิ หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม ดังนั้นผมจึงมั่นใจเมื่อแผนงานโครงการต่าง ๆ อนุมัติแล้ว ในขั้นปฏิบัติ อย่างน้อยต้องถูกต้องตามกฏหมาย กระทรวงมหาดไทยเองได้มีการร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ถือว่าจะช่วยให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น"รมว.มหาดไทย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแต่ละพื้นที่ยังมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการทำความเข้าใจหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนว่าสื่อไม่เข้าใจขณะนี้ไม่มีปัญหา ของเดิมที่มีปัญหาของ 5 ล้าน ก็คือก่อนหน้านี้มันมีโครงการที่มีการหักงบประมาณออกไปในพื้นที่เดียวกัน แต่ในขณะนี้สำนักงบประมาณบอกว่า ถ้าในพื้นที่เดียวกัน แต่ไม่ซ้ำซ้อนกันก็จะไม่มีการหักงบประมาณ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในพื้นที่แต่ละตำบล อย่างไรก็ตามการพิจารณาตามแต่ละพื้นที่ยังไม่จบ ถ้าพื้นที่ไหนไม่ซ้ำซ้อนก็ได้เต็ม 5 ล้าน พื้นที่ไหนซ้ำซ้อนก็โดนหัก





