"ประวุฒฺิ"ชี้แจงศาลปกครองสั่งคืนเงินโครงการก่อสร้างทดแทนสถานีตำรวจ ระบุยังไม่ได้แพ้คดีเตรียมอุทธรณ์บางประเด็น
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทนโฆษกสตช. กล่าวถึง กรณีที่ศาลปกครองเชียงใหม่ ตัดสินให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องชดใช้ค่าเสียหาย 97 ล้านบาท แก่บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ คอนสตรัคชั่น ที่รับเหมาก่อสร้างในโครงการสร้างที่ทำการทดแทนสถานีตำรวจ 396 แห่งว่า คดีนี้ทางบริษัทฯ เขาฟ้องว่าการยกเลิกสัญญาของ สตช. นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาว่าการยกเลิกสัญญานั้นชอบแล้ว โดยทางบริษัทได้ฟ้องทั้งหมด 7 ข้อ คือ 1. ค่างวดงานที่ได้ก่อสร้างและส่งมอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการชำระเงิน จำนวน 13 แห่ง เป็นเงิน 18,300,812 บาท 2. ค่าวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ส่งเข้าไปบริเวณก่อสร้างในแต่ละท้องที่ 333 สถานี เป็นเงิน 370,221,168.55 บาท 3. ค่าใช้จ่ายการบริหารต่างๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของผู้ถูกฟ้องคดี เป็นเงิน 163,429,449.94 บาท 4. ค่าธรรมเนียมยื่นซองประมูล เป็นเงิน 2,117,873.64 บาท 5. หนังสือค้ำประกันธนาคารออมสิน จำนวน 292,400,000 บาท และจำนวน 877,200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี 6. ค่าธรรมเนียมในการยื่นซองประมูลราคาเข้าดำเนินการตามสัญญา จำนวน 2,117,873.64 บาท 7. ให้ชำระค่าผลกำไรที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการ เป็นเงิน 500,000,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งศาลพิพากษาให้เพียง 2 ข้อและไม่ได้เงินทั้งหมด คือ ค่างวดงานที่ได้ก่อสร้างและส่งมอบแล้ว จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 18 ล้าน แต่ศาลให้ชดใช้เพียง 15.6 ล้าน และค่าวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง บริษัทฟ้องเรียกราคา 370 ล้านบาท แต่ศาลพิจารณาให้เพียง 82.2 ล้านบาท รวมทั้งหนังสือค้ำประกันของธนาคารออมสิน สาขาประตูช้างเผือก เป็นเงิน 292,400,000 บาท ศาลพิพากษาให้คืน นอกจากนั้นก็ยกหมด
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้ศาลสั่งให้ สตช. คืนเงินให้บริษัทฯเป็นเงิน 96 ล้านบาท พร้อมคืนหน้งสือค้ำประกันงาน 292,400,000 บาท อย่างไรก็ตามยังมีบางประเด็นที่ สตช. จะต้องดำเนินการขออุทธรณ์ต่อศาลปกครองต่อไป โดยตอนนี้ยังไม่ถือว่า สตช. แพ้คดีเพราะศาลได้พิพากษาว่าการยกเลิกสัญญาของ สตช.นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพียงแต่สิ่งที่ศาลให้ สตช. คืนคือเงินค้ำประกันสัญญาเนื่องจากสัญญาได้ถูกยกเลิกแล้ว แต่ สตช.มีสิทธิ์โต้แย้งอยู่ เพราะอาจมีกรณีความเสียหายที่มากกว่าในกรณีที่ถ้าก่อสร้างต่อแล้วมีราคาแพงขึ้นมากกว่าเดิม ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้ตรวจสอบว่า สตช. มีการฟ้องแย้งไปหรือไม่ แต่จากนี้จะต้องมีการอุทธรณ์แน่นอน
"ตอนนี้คดียังไม่ถือว่าสิ้นสุดยังมีหลายประเด็นที่มีการโต้แย้งกันอยู่ เช่น กรณีค่างวดงาน 18 ล้าน เขามีการลงทุนไปแล้วแต่ฟ้องมา 18 ล้าน ศาลจึงให้แค่ 15 ล้าน ส่วนกรณีเงินค้ำประกันก็คืนไปตามขั้นตอน ส่วนวัสดุที่อยู่ในไซต์งานก่อสร้างที่ฟ้อง 300 กว่าล้าน ศาลก็ให้เพียง 82 ล้าน เป็นต้น ตอนนี้คือ สตช. ต้องคืนเงิน 96 ล้านกับเงินค้ำประกันสัญญาที่ต้องคืนเขาไป นอกนั้นก็เป็นประเด็นต่างๆที่เราจะต้องขออุทธรณ์ โดยผู้รับผิดชอบเรื่องนี้คือกองคดีปกครองของกองคดี สตช. จะทำหน้าที่ติดตามและส่งข้อมูลหลักฐาน
รวมถึงไปให้การในชั้นศาล ทั้งนี้ ต้องขอตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการประมาณการณ์ก่อนว่าการก่อสร้างทำให้ สตช. สูญเสียเงินมากขึ้นตรงไหนบ้าง เช่น วัสดุแพงขึ้น เรื่องของเวลา เรื่องของใช้บางอย่างที่ใช้ไม่ได้ ต้องไปฟ้องเรียกจากบริษัทด้วย ซึ่งสัญญานี้ในสมัย พล.ต.อ.อดุล แสงสิงห์แก้ว อดีต ผบ.ตร. ได้ตั้งคณะกรรมการดูแลต่อไป ส่วนการก่อสร้างหลายโรงพักก็กำลังใกล้เสร็จแล้ว"รรท.โฆษก สตช. กล่าว





