"ธีรภัทร์"แจงหมดงบประชุมสพม. ไม่เรียกประชุมสมาชิกสพม. เพื่อพิจารณาเสนอชื่อเป็นกรธ.,สปท. ย้ำคนที่ถูกเลือกมีคุณสมบัติ-ใช้วิธีจับฉลาก
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) เปิดเผยถึงรายละเอียดการประชุมคณะกรรมการกิจการสภาพัฒนาการเมือง วาระพิเศษ เพื่อพิจารณเสนอชื่อสมาชิกสภาฯ เข้าไปเป็นผู้แทนในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย ( สปท.) ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) เมื่อค่ำวันที่ 24 ก.ย. ว่า เป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ได้ระบุผ่านสื่อมวลชนว่าหากองค์กรใดจะเสนอรายชื่อให้พิจารณาก็ให้เสนอรายชื่อเข้ามา ซึ่งสพม. มองว่าสมาชิกของสภาฯ สามารถที่จะเข้าไปทำหน้าที่เพื่อเกิดประโยชน์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ทั้งนี้ยอมรับว่าสพม. ไม่มีกฎหมายฉบับใดชี้เฉพาะให้เสนอรายชื่อได้ แต่เมื่อมีการเสนอชื่อไปแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกฯ ที่จะพิจารณา สำหรับการพิจารณาวาระพิเศษนั้นยอมรับว่าเป็นการประชุมเฉพาะกรรมการกิจการสภาฯ ไม่ได้เป็นการเปิดประชุมทั้งสภาฯ เพราะด้วยเวลาที่จำกัด หากมีการเรียกประชุมสมาชิกทั้งสภาฯ อาจจะไม่ทันเวลา อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ในการจัดประชุมสพม. หมดแล้ว ทั้งนี้การประชุมของกรรมการกิจการสภาฯ ถือว่ามีสมาชิกที่มีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิก
“การพิจารณาคัดเลือกสมาชิก สพม. ที่ไปเป็น กรธ. และสปท. นั้น เบื้องต้นใช้วิธีการนำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมมาพิจารณาแล้วจับฉลาก ส่วนผมฐานะประธานสพม. และนายสมาน ฟูแสง รองประธานสพม. ที่ได้รับเลือกนั้นไม่ได้จับฉลากเพราะที่ประชุมเห็นว่าควรเสนอรายชื่อเข้าไปโดยตำแหน่ง สำหรับการส่งรายชื่อที่ผ่านการพิจารณานั้น ต้องส่งให้นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ฐานะเลขานุการกรรมการกิจการสภาฯ พิจารณาและลงลายมือชื่อนำส่งให้นายกฯ พิจารณา” นายธีรภัทร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มีการเผยแพร่มติของกรรมการกิจการสภาฯ ต่อสื่อมวลชน ทำให้สมาชิกสภาพัฒนาการเมืองที่ทราบข่าว ได้วิจารณ์ถึงการประชุมดังกล่าวว่าไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกสพม. ได้ร่วมพิจารณา อีกทั้งยังไม่มีการแจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนและสำหรับบุคคลที่ได้รับเลือกต้องส่งรายละเอียดประวัติและผลงานแนบกับจดหมายด้วย ทำให้สำนักงานฯ ได้แจ้งชะลอการเสนอรายชื่อดังกล่าวให้นายกฯ พิจารณาไปเป็นต้นสัปดาห์หน้า ทั้งนี้นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด กรรมการที่ปรึกษากรรมการกิจการสภาฯ กล่าวว่าตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมดังกล่าว เพราะติดภารกิจในพื้นที่จ.ขอนแก่น
ทั้งนี้ทราบว่าการประชุมกรรมการกิจการสพม. มีคนร่วมประชุมประมาณ 10 คนเท่านั้น ส่วนผลที่ออกมายอมรับว่ามีสมาชิกสพม. ท้วงติงถึงการเลือกดังกล่าวว่าไม่เปิดกว้าง แต่การท้วงติงดังกล่าวจะส่งผลให้ชะลอการส่งรายชื่อหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เพราะต้องขึ้นอยู่กับนายธีรภัทร์ พิจารณา
นายสมาน กล่าวยืนยันว่า การประชุมกรรมการกิจการสภาฯ ถือเป็นเรื่องที่ทำได้และถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ในกรรมการกิจการสภาฯ ถือว่ามีผู้แทนของสมาชิกสพม. จากภูมิภาคต่าง ๆ และในเรื่องที่สำคัญเร่งด่วนสามารถทำหน้าที่พิจารณาแทนสมาชิกสพม. ได้ อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมการประชุมถือว่ามีตัวแทนครบทั้งภูมิภาค





