"ประยุทธ์"นั่งหัวโต๊ะถกค้ามนุษย์-ประมงผิดกฎหมาย สั่งแก้ระเบียบสำนักนายกฯ ห้ามขรก. เจ้าหน้าที่รัฐ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประกันตัวผู้ต้องหา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการทำประมงผิดกฎหมาย ครั้งที่ 1/2558 เพื่อติดตามความคืบหน้า ในการแก้ปัญหา ทั้ง 2 เรื่อง โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงต้นของการประชุม ถึงการแก้ปัญหา การจับตามอง ขององค์กรระหว่างประเทศ ในหลาย ๆ ประเทศ ว่า ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังทั้งในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งการที่จะให้ประเทศใด ประเทศหนึ่งยอมรับ หรือชมเชยเราแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องสร้างการรับรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนดีขึ้น รวมทั้ง ต้องสร้างการรับรู้ ในการไม่เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นสาระสำคัญที่ต้องสร้างการรับรู้ กับสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ปลูกจิตสำนึกไม่เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งได้มอบหมาย ให้รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงมาดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งต้องขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานทุกคนที่ทำงานอย่างหนัก ทุ่มเทด้วยความภาคภูมิใจ ขอให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป เพราะการทำงานเรื่องนี้ได้เห็นแล้วว่ามีความก้าวหน้าตามลำดับ เรื่องใดมีปัญหาติดขัดที่เสนอให้รองนายกรัฐมนตรีทราบ อะไรที่สามารถช่วยได้ ก็ยินดี เพราะทุกอย่างถือเป็นผลงานก่อนเกษียณอายุของหลายคนด้วย ทั้ง พล.ต.อ. ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรมและ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการกวาดล้าง และลงโทษผู้กระทำผิด ทุกส่วนราชการต้องดูแลจริงจัง จะต้องไม่เข้าข้างผู้กระทำความผิด ทุกเรื่องที่มีปัญหา เพราะเราไม่ทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเท่าเทียม วันนี้ ไม่อยากให้ทำงานด้วยความสงสาร แต่ก็ต้องช่วยกันดูว่าจะทำยังไงให้ประเทศชาติดีขึ้น ขอย้ำว่าอย่าเข้าข้างผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือ ข้าราชการใดๆ ก็ตาม รวมทั้งการแก้ปัญหาแรงงานทาส ในภาคประมงด้วย ซึ่งได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว
ทั้งนี้ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระสำคัญคือได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของอนุกรรมการด้านต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์ในคดีต่างๆ การป้องกันและคุ้มครองผู้เสียหาย รวมทั้งการประสานความร่วมมือกันนานาประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งการประชาสัมพันธ์และการแก้ไขกฎหมาย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ปีพ.ศ.2558 โดยระเบียบดังกล่าวจะมีการออกข้อกำหนด ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในการป้องกันไม้ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ บุคลากรที่เป็รพนักงาน เจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนสนับสนุน ทำให้เกิดหรือเพิกเฉยการกระทำที่ให้เกิดการค้ามนุษย์ มีซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นใหม่ในการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากมีเจ้าหน้าที่กระทำการดังกล่าว ก็จะต้องเข้าสู่คณะกรรมการในการตรวจพิจารณาในการใช้อำนาจทางการบริหารเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวจะมีการดำเนินการตามกฎหมายแนบท้ายไปด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างว่าการที่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหา หรือคนที่ถูกกล่าวหา
โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ไปแสดงตน ใช้อำนาจหน้าที่หรือตำแหน่งของตนเองเป็นประกัน ถือว่าเป็นการปกป้องหรือแสดงการคุ้มครอง ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งระเบียบดังกล่าวจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ นอกจากนี้เรื่องการช่วยเหลือคนทำผิดไม่ว่ากรณีใดๆ รวมทั้งการแสดงตนต่างๆ ในการใช้อำนาจหน้าที่ของข้าราชการไม่สามารถทำได้ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการ และจะมีการดำเนินการในรายละเอียดก่อนที่เสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีกำชับว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ต.ค.นี้
นายวิเชียร กล่าวว่า ที่ประชุมยังพิจารณาการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2558 ซึ่งถือเป็นรายงานประจำปี เพื่อรายงานต่อที่ประชุม ครม.รับทราบถึงผลสำเร็จต่างๆ รวมทั้งจะต้องนำรายงานส่งประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าประเทศใดมีสถานการณ์การค้ามนุษย์ขนาดไหนอย่างไร หรือทริปรีพอร์ต ซึ่งประเด็นสำคัญที่ประชุมได้พิจารณากรอบเวลาว่าจะทำอย่างไรให้เสร็จเรียบร้อยทันกำหนดเวลา ซึ่งที่ประชุมเสนอต่อนายกรัฐมตรีในฐานะในที่ประชุมภายในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ ร่างของเอกสารรายงานเสร็จสิ้น แต่นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดว่า ภายในวันที่ 15 ต.ค. นี้ให้รายละเอียดทั้งหมดสามารถได้ข้อสรุปมีผลออกมา และวันที่ 15 พ.ย. ก็ควรจะมีร่างที่สมบูรณ์ ซึ่งนอกจากกรอบเวลาแล้วที่ประชุมยังพูดถึงว่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างที่จะเข้ามาพิจารณา
"ขอชี้แจงว่ารายงานฉบับนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเอกสารรายงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสรุปผลปฏิบัติการทำงานและความก้าวหน้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและย้ำว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถือว่าต้องรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่มอบให้ใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนจะต้อรับผิดชอบร่วมกันและต้องทำให้เกิดความสมบูรณ์ รวมทั้งได้กำชับและสั่งการในตอนท้ายว่า ผู้ที่รับผิดชอบต้องไปกำกับดูแลกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับผิดชอบในแต่ละด้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำด้วยว่าเรื่องสำคัญในคดีสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ให้ติดตาม เร่งรัดให้เป็นผลสัมฤทธิ์ ในส่วนการแก้ไขปัญหาแรงงาน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ส่วนหนึ่งของการค้ามนุษย์ นายกรัฐมนตรีและที่ประชุมไดืกำชับให้กระทรวงแรงงานดำเนินการเรื่องการจัดหาแรงงานที่ถูกต้องเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะด้านประมง"นายวิเชียร กล่าวว่า
นายวิเชียร กล่าวว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาที่ชาวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเข้ามาและลักลอบใช้บริการเซ็กส์จากเด็ก (child sex) ก็ได้กำชับให้ดำเนินการแก้ไขให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้ รวมทั้งสื่อลามก อนาจารต่างๆ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังได้กำชับในเรื่องการคุ้มครองผู้เสียหายที่จะเป็นพยานในคดี พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแลปกป้องให้เป็นพยานได้อย่างปลอดภัย เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีให้นโยบายอีกครั้ง โดยย้ำว่า การทำงานจะสัมฤทธิ์ผลได้ การแก้ค้ามนุษย์ไม่ใช่แค่ต้องการให้หลุดเทียร์ 3 อย่างเดียว หรือทำให้ปัญหาหมดไปโดยเน้นการดำเนินคดีอย่างเดียว แต่ต้องการไม่ให้มีปัญหาการค้ามนุษย์ เพราะตามหลักมนุษยชนแล้ว มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับการดูแล ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบกัน





