วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพื่อไทยเรียกร้องคสช. ยุติคุกคามเสรีภาพประชาชน

เพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรียกร้องคสช.ยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้ออกคำแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย เรื่องเรียกร้องให้ยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมีใจความว่า สืบเนื่องจากกรณีที่คสช.สั่งการควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เนชั่น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และนายการุณ โหสกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยได้มีการกักตัวเพื่อปรับทัศนคติ ให้เหตุผลเพียงว่า บุคคลดังกล่าวได้ให้ข้อมูล สัมภาษณ์และแสดงข้อคิดเห็นที่ไม่เป็นไปตามประกาศ คสช. และอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ และยังมีกลุ่มบุคคลเข้าทำร้ายร่างกายนายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ

รวมทั้งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558 ที่มีการควบคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเรียนชั้น ม.5 และเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ไปยังสถานีตำรวจสน.ปทุมวัน เหตุผลเพียงการยื่นป้ายแสดงความคิดเห็นต่อหน้านายกรัฐมนตรีนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การใช้อำนาจพิเศษนี้เป็นการกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง ซึ่งพรรคไม่อาจเห็นด้วยกับการใช้อำนาจดังกล่าว เพราะการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตราบเท่าที่มิได้มีการกระทำที่ชี้นำไปสู่การยุยงหรือปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง  

นอกจากนี้ การกระทำของฝ่ายผู้มีอำนาจเช่นนี้ ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 4 ซึ่งพลเมืองไทยทุกคนต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้ และตามพันธกรณีในเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมกับสหประชาชาติ ดังนั้น การปฏิบัติและการกระทำที่เกิดขึ้นทั้งหมดดังกล่าวจึงเป็นการกระทำซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน พรรคจึงขอแถลงดังนี้ 

 1.ขอให้ยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ด้วยการใช้อำนาจพิเศษทุกรูปแบบ หากเห็นว่าการกระทำใดผิดกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้นใช้บังคับ ก็ขอให้ใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมปกติดำเนินการ 

 2.ขอให้ปล่อยตัวบุคคลที่ถูกควบคุมตัวดังกล่าวโดยทันทีและปราศจากเงื่อนไขใดๆ และยุติการใช้อำนาจพิเศษใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอีกต่อไป  

3.ยกเลิกคำสั่งและประกาศที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้เกิดการระดมความเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวางต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศด้านต่างๆ และไม่ควรเอาประเทศและประชาชนเป็นตัวประกันในการลองผิดลองถูกอีกต่อไป ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วย

 4.ขอให้ยุติการปิดโอกาสประชาชนที่เห็นต่าง และเปิดใจกว้างยอมรับข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของบุคคลในภาคส่วนต่างๆ โดยไม่มองอย่างอคติว่าบุคคลนั้นต้องการทำลายความมั่นคงและความอยู่รอดของรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายการเมืองฝั่งตรงข้าม 

 และ5.ต้องเร่งสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และเร่งดำเนินการทุกอย่างเพื่อคืนประชาธิปไตย พร้อมทั้งจัดให้มีการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมโดยเร็วต่อไป เพื่อสร้างการยอมรับจากนานาประเทศ