ทหารหิ้ว"อาเดม-ยูซูฟู"เข้ามทบ.11 อ้างลอบแอบเข้าไทย หวังไปทำงานมาเลย์
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารชุดปฎิบัติการจากกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ได้นำขบวนรถคุ้มกันตัวนายอาเดม คาราดัก หรือนายบินลา เติร์ก มูฮัมหมัด และนายไมไรลี ยูซุฟู 2 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหม ราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ออกจากแดนคุมขัง 6 อาคาร 2 เรือนจำพิเศษมีนบุรี เพื่อไปควบคุมตัวไว้เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี มณฑลทหารราบที่ 11 ระหว่างรอการดำเนินคดี
โดยระหว่างปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ได้นำรถควบคุมผู้ต้องขังจำนวน 2 คันเข้าไปรับตัวผู้ต้องหาทั้งสองภายในเรือนจำ ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆต่อสื่อมวลชน
ด้านนายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม ระบุว่า นายอาเดม ยอมรับว่าตัวเองเป็นชาวตุรกีที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ผ่านทางประเทศเวียดนาม และลาว ก่อนจะถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ผ่านชายชื่อ อับดุลเลาะ อับดุลลามาน ซึ่งเป็นนายหน้าค้าแรงงาน ได้พานายอาเดม มาพักอาศัยที่พูลอนันต์ อพาร์ทเม้น ย่านหนองจอก
พร้อมจัดหาอาหารใส่ตู้เย็นเตรียมไว้ให้ รวมทั้งสั่งไม่ไห้ออกจากห้องโดยเด็ดขาด จนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558 ทั้งนี้นายอาเดม ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับส่วนประกอบวัตถุระเบิด และของกลางที่เจ้าหน้าที่ค้นพบในอาคารพูลอนันต์ อพาร์ทเม้น ส่วนที่ปรากฎเป็นข่าวว่าของกลางทั้งหมดเป็นของนายอาเดม นั้นอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด
นายชูชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับขบวนการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของนายอาเดม นั้น ได้เตรียมเงินเป็น ค่าใช้จ่ายจำนวน 4,000 ดอลลาร์ แบ่งเป็นค่าพาสปอร์ตปลอม 1,200 ดอลลาร์ ค่าผ่านเข้าออกประเทศไทยและลาว ครั้งละ 600 ดอลลาร์ โดยเป้าหมายเพื่อเข้าไปทำงานเป็นคนขับรถในประเทศมาเลเซีย





